29.8 C
Bangkok
วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 25, 2024
หน้าแรกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปได้ไหม? อนาคตไม่ได้อยู่ตรงข้างหน้า แต่อยู่ข้างหลังคุณ

เป็นไปได้ไหม? อนาคตไม่ได้อยู่ตรงข้างหน้า แต่อยู่ข้างหลังคุณ

เมื่อพูดถึงอนาคต คนส่วนใหญ่มักมองว่าเป็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้า เป็นสิ่งที่เรากำลังก้าวไปหา แต่สำหรับบางคนในบางวัฒนธรรมแล้ว อนาคตอาจอยู่ข้างหลังหรือแม้แต่ด้านบนเหนือศีรษะ

ความแตกต่างในแนวคิดเรื่องทิศทางของเวลานี้ ขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้และวัฒนธรรมที่แต่ละคนเติบโตขึ้นมา

แนวคิดเรื่องเวลาในวัฒนธรรมตะวันตก

ในวัฒนธรรมตะวันตกเช่นในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และยุโรป ผู้คนมักมองว่าเวลาเป็นเส้นตรง (linear) โดยอนาคตอยู่เบื้องหน้าและอดีตอยู่ข้างหลัง เรากำลังเดินทางมุ่งหน้าไปสู่อนาคตอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่อาจย้อนคืนหรือหวนกลับไปหาอดีตได้

เป็นไปได้ไหม? อนาคตไม่ได้อยู่ตรงข้างหน้า แต่อยู่ข้างหลังคุณ
Getty Image

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นในการใช้ภาษาและวัฒนธรรมของชาวตะวันตก เช่น การใช้คำศัพท์และข้อความที่แสดงตำแหน่งด้านหน้าของตัวเองอยู่เสมอ เช่น “วันข้างหน้า” “มองไปข้างหน้า” และ “เหลียวหลังแลหน้า”

แนวคิดเรื่องเวลาในวัฒนธรรมอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม บางวัฒนธรรมมีแนวคิดเรื่องเวลาที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เช่น

  • ชนเผ่าอัยมารา (Aymara) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองอเมริกาใต้ที่อาศัยอยู่ในเทือกเขาแอนดีส พวกเขามองว่าอนาคตนั้นอยู่ข้างหลังและอดีตต่างหากที่กำลังเผชิญหน้ากับตนเองอยู่
  • ผู้ที่พูดภาษาดาร์จี (Darji) ซึ่งเป็นภาษาถิ่นแขนงหนึ่งของภาษาอาหรับ (อารบิก) ที่พูดกันในบางพื้นที่ของโมร็อกโก ต่างก็มองว่าอดีตอยู่ข้างหน้าและอนาคตอยู่ข้างหลังเช่นกัน
  • ผู้ใช้ภาษาเวียดนามนั้น นอกจากจะมองว่าอนาคตอยู่ด้านหลังของตนเองแล้ว ยังมองว่ามันมีการเคลื่อนที่ด้วย โดยเวลาในอนาคตจะค่อย ๆ เดินเข้ามาหาตนจากด้านหลัง
  • กลุ่มผู้ใช้ภาษาจีนกลาง (แมนดาริน) ซึ่งมีแนวคิดเกี่ยวกับเวลาเป็นเส้นแนวตั้ง โดยพวกเขามองว่าอดีตนั้นอยู่เบื้องบนเหนือศีรษะหรือบนฟ้า ในขณะที่อนาคตนั้นอยู่เบื้องล่างหรือใต้พื้นดิน

สาเหตุของความแตกต่างในแนวคิดเรื่องเวลา

นักวิทยาศาสตร์และนักมานุษยวิทยายังไม่ทราบแน่ชัดว่า เหตุใดผู้คนจากต่างภาษาและวัฒนธรรมจึงมีแนวคิดเรื่องเส้นเวลาที่แตกต่างกัน สมมติฐานหนึ่งเสนอว่า สิ่งนี้ถูกกำหนดด้วยทิศทางในการอ่านและเขียนหนังสือของแต่ละภาษา ผู้ที่อ่านและเขียนตัวอักษรในแนวนอนจากซ้ายไปขวา มีแนวโน้มจะมองว่าอดีตอยู่ทางด้านซ้ายและอนาคตอยู่ด้านขวา ส่วนผู้ที่เขียนหนังสือกลับทิศกันจากขวาไปซ้าย เช่นผู้ใช้ภาษาอาหรับ (อารบิก) จะมองว่าอดีตนั้นอยู่ขวามือส่วนอนาคตนั้นอยู่ซ้ายมือ แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่เป็นไปตามหลักการนี้

เป็นไปได้ไหม? อนาคตไม่ได้อยู่ตรงข้างหน้า แต่อยู่ข้างหลังคุณ
Getty Image

อีกแนวคิดหนึ่งเสนอว่า การมองเส้นเวลาของแต่ละคนได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมที่ถูกปลูกฝังมาแต่วัยเยาว์ ซึ่งบางวัฒนธรรมเน้นให้ค่ากับขนบธรรมเนียมในอดีต แต่บางวัฒนธรรมก็มุ่งเน้นให้ค่ากับการไปสู่อนาคตมากกว่า

ผลกระทบของความแตกต่างในแนวคิดเรื่องเวลา

ความแตกต่างทางวัฒนธรรมในเรื่องของเส้นเวลานี้ อาจให้คำตอบได้ว่า เหตุใดความริเริ่มในการแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ซึ่งโดยมากมาจากแนวคิดภายใต้การนำของชาวตะวันตก จึงไม่ประสบความสำเร็จในหลายภูมิภาคที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกัน

เพราะวาทกรรมการพัฒนาที่เน้นการก้าวไปข้างหน้าและทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง อาจไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีนัก จากบรรดาผู้คนที่อดีตมีความสำคัญกับพวกเขามากกว่า

บางทีหากเราปรับเปลี่ยนวาทกรรมการพัฒนา โดยหันมาให้ความสำคัญกับองค์ประกอบที่เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเป็นมาในอดีตให้มากขึ้น ผสมผสานการก้าวไปข้างหน้าด้วยการย้อนมองเหลียวหลัง หันไปแลดูอดีตเป็นครั้งคราวอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นวิธีการที่ช่วยสร้างอนาคตอันสดใสและเป็นธรรมให้กับทุกคนได้สำเร็จ

ข้อสรุป

แนวคิดเรื่องทิศทางของเวลานั้น ไม่ได้เป็นความจริงสากล แต่ขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้และวัฒนธรรมที่แต่ละคนเติบโตขึ้นมา

ความแตกต่างในแนวคิดนี้อาจส่งผลต่อมุมมองและวิธีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของเราได้ ดังนั้นเราควรเปิดใจรับฟังและเรียนรู้มุมมองที่แตกต่าง เพื่อที่จะสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับทุกคนได้

บทความ ข่าวสาร มาใหม่

ไต้หวัน: ดินแดนแห่งเสน่ห์ที่รอให้คุณค้นพบ

ไต้หวัน เกาะรูปไข่ในมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ห่างจากไทยเพียง 3-4 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน เต็มไปด้ว...

สอบ ก.พ. คืออะไร?

การสอบ ก.พ. ย่อมาจาก “การสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพ...

เทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาด 2567 กลับมาสร้างสีสันบนท้องฟ้าอีกครั้ง

เตรียมพบกับความงดงามของว่าวหลากสีสันจากทั่วโลก ในงานเทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาด 2567 ที่จะก...

ประเพณีและพิธีกรรมในวันวาเลนไทน์

14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี โลกจะเต็มไปด้วยสีชมพูและบรรยากาศโรแมนติก เนื่องในโอกาส "วันวาเลนไทน...

ประวัติวันวาเลนไทน์: ต้นกำเนิดและความหมาย

14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันที่ทั่วโลกเฉลิมฉลอง "วันวาเลนไทน์" หรือ "วันแห่งความรัก" หลา...