คำแนะนำการวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นเองแบบครอบจักรวาล ตั้งแต่เรื่องฤดูกาล สภาพอากาศ วีซ่า โปรแกรมเที่ยวญี่ปุ่นเด็ด ๆ รับรองว่าคู่มือฉบับนี้เอาอยู่ทุกเรื่อง!

ประเทศญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกรุ่นทุกวัยเพราะมีเมืองท่องเที่ยวมากมาย ไปได้ทั้งปี มีแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ ที่เที่ยวหลากแนว อีกทั้งชั่วโมงบินก็ไม่นาน แต่ทั้งนี้หลาย ๆ คนก็มักหวั่นใจในเรื่องการเตรียมตัวเดินทางแทบทุกครั้ง กลัวลืมโน่นลืมนี่ กลัวแพ็คกระเป๋าไม่ถูกฤดูกาล กลัวการท่องเที่ยวแบบฉายเดี่ยว ว่าแล้วเราเลยไปทำการบ้านการเตรียมตัวไปญี่ปุ่นมาฝาก ลองมาดูกันซิว่าจะเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นเองอย่างไรแบบเก็บหมดทุกขั้นตอนตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก จนไปถึงจัดโปรแกรมเที่ยวญี่ปุ่นในเมืองต่าง ๆ ต่อให้ครั้งนี้คุณไปญี่ปุ่นครั้งแรกก็สบายหายห่วง คอนเฟิร์ม!

การวางแผนการเดินทาง

การทำวีซ่าไปญี่ปุ่นเองนั้นไม่ยาก นับเป็นโชคดีของพาสปอร์ตไทยที่มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวระยะสั้นไม่เกิน 15 วันได้ตลอดปีโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า เรียกได้ว่าจองตั๋ว จองที่พักแล้วก็บินโลด ทั้งนี้นอกจากประเทศญี่ปุ่นที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าแล้ว แต่ถ้าอยากเที่ยวมากกว่า 15 วันล่ะก็ เช็คดูรายละเอียดการขอวีซ่าได้ที่ เว็บสถานฑูตญี่ปุ่น

โปรแกรมเมืองที่จะไปเที่ยว ไปเที่ยวเมืองไหนดี ข้อนี้สำคัญมาก เพราะส่งผลถึงการจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก รวมไปถึงการจัดงบประมาณการท่องเที่ยวของคุณด้วย ทั้งนี้ญี่ปุ่นมี 4 ฤดูกาล และในแต่ละช่วงของปีก็มีกิจกรรมให้ทำแตกต่างกันไป แต่ก็มีเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ หลายเมืองที่สามารถไปเที่ยวได้ตลอดปี

สภาพอากาศและฤดูกาล

อากาศที่ญี่ปุ่นมี 4 ฤดูกาล อยากจะไปเที่ยวในช่วงไหนก็ควรจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นให้เหมาะสมกับอากาศในแต่ละช่วง

  • ฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงชมดอกซากุระบาน โดยดอกซากุระจะทยอยกันบานแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค
  • ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม จะเป็นช่วงชมทุ่งดอกไม้บานในหลายแห่ง ขึ้นชื่อที่สุด คือ ที่ฟุราโนะและบิเอบนเกาะฮอกไกโด นอกจากนั้นก็เป็นช่วงชมผลไม้และเทศกาลหน้าร้อนมากมาย
  • ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือนกันยาน-เดือนพฤศจิกายน จะเป็นช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีและเทศกาลเก็บเกี่ยว
  • ฤดูหนาว ระหว่างเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงเที่ยวชมหิมะ เล่นสกี เทศกาลหน้าหนาวต่าง ๆ ในเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เช่น โตเกียว ซัปโปโร โอซาก้า จะมีงานจัดไฟประดับเมืองในช่วงคริสต์มาส และเทศกาลที่ดังที่สุดในช่วงนี้ของปีก็คือ งานเทศกาลหิมะและน้ำแข็งแกะสลักที่ซัปโปโร

การเดินทางไปญี่ปุ่น

ในปัจจุบันตั๋วเครื่องบินไปเมืองต่าง ๆ ของญี่ปุ่นจัดว่ามีราคาค่อนข้างประหยัด เพราะแทบจะทุกเมืองนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเส้นทางยอดฮิตด้วยกันทั้งสิ้น มีทั้งเที่ยวบินตรงและเที่ยวบินต่อ อีกทั้งมีหลายสายการบินให้บริการเส้นทางเหล่านี้ ทั้งสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินพรีเมี่ยม

The Cheapest Round-trip Tickets from กรุงเทพ to โตเกียว

วันเดินทาง วันกลับ จุดพัก สายการบิน ค้นหาตั๋ว

28.September.2018

01.October.2018

Direct

Tickets from 7 667

30.November.2018

06.December.2018

1 stop

Tickets from 8 004

04.October.2018

18.October.2018

2 stops

Tickets from 10 563

การเดินทางภายในญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่นนี่ถือว่าสะดวกมาก เพราะมีทั้งบริการสายการบินเชื่อมต่อภายในประเทศมากมาย รถไฟความเร็วสูงข้ามเมือง รถไฟใต้ดิน รถไฟบนดิน รถบัสโดยสาร รถแท็กซี่ เรือเฟอร์รี่ (สำหรับเมืองที่ติดทะเล) รวมไปถึงเช่ารถขับเที่ยวซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่คิดจะไปเที่ยวชมธรรมชาติรอบนอกตัวเมือง

โรงแรมที่พักในญี่ปุ่น

ที่พักในญี่ปุ่นนั้นมีให้เลือกมากมาย และในระยะหลังมานี้ที่พักแนวประหยัดในเมืองใหญ่ โรงแรมแคปซูล (Capsule Hotel) ที่มักจะตั้งอยู่ใจกลางเมืองก็เป็นที่นิยมอย่างสูง เพราะประหยัด สะอาดและสะดวกในการเดินทาง แต่ทั้งนี้ที่พักแนวรีสอร์ทสปา-ออนเซ็น เกสต์เฮ้าส์ อินส์-เรียวกัง (Japanese Inns or Ryokan) และที่พักกึ่งบูทีคโฮเต็ลแบบบ้านโบราณประยุกต์ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญก็กำลังมาแรงไม่น้อย

ก่อนออกเดินทาง

ก่อนจะไปโอไฮโย-คอนนิจิวะ ก็อย่าลืมทำเช็คลิสต์สิ่งที่ต้องเตรียมไปญี่ปุ่น จองตั๋วที่พักให้ครบทุกคืน เช่ารถให้เสร็จสรรพหากคิดจะขับรถเที่ยวและอย่าลืมทำใบขับขี่สากลติดตัวไปด้วย สำหรับคุณที่ขี้เกียจขับรถหรือกะเที่ยวหลั่นล้าแค่ในตัวเมืองก็อย่าลืมซื้อตั๋วเจอาร์พาส (JR Pass) กันล่วงหน้า หาแผนที่ดี ๆ วางแผนชีพจรลงเท้าให้แม่น ๆ และอย่าลืมอ่านคู่มือการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะข้อแนะนำสำคัญอีกข้อของคุณที่จะใช้เจอาร์พาส หากคุณคิดจะเที่ยวหลายที่ ๆ รถไฟไปถึง ขอให้ซื้อแบบตั๋วรายสัปดาห์หรือรายวันจะประหยัดกว่าซื้อเที่ยวต่อเที่ยวอยู่มาก

สำหรับการไปญี่ปุ่นด้วยตัวเองและเที่ยวแบบประหยัด-คุ้มนั้น คุณก็ควรจองตั๋วเดินทางและที่พักล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ เลือกที่พักแบบที่มีบริการอาหารเช้าเพราะจะช่วยทั้งประหยัดเวลาและอาจประหยัดค่าอาหารมากกว่าการไปหาซื้อข้างนอก หรือถ้าคุณคำนวณแล้วว่าแหล่งที่พักในหมายตาไว้นั้นไปหาซื้อกินเองน่าจะถูกกว่า เพราะร้านบะหมี่ท้องถิ่นและร้านสะดวกซื้อที่บริการอาหารอร่อยและถูกนั้นมีมากมาย ก็ขอให้เล็งดี ๆ ว่าใกล้แหล่งตลาดร้านค้านั้นจริงๆ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย และเสียอรรถรสในการท่องเที่ยวซะเปล่า ๆ นอกจากนั้นสำหรับคุณ ๆ ที่คิดจะเดินทางเป็นหมู่คณะก็น่าจะทำการเจรจาต่อรองค่าที่พัก รวมไปถึงค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ด้วย ไม่แน่คุณอาจได้ส่วนลดเพิ่มแบบไม่คาดคิดก็เป็นได้

ระหว่างเดินทาง

  1. สำหรับคนที่วางแผนเที่ยวหลายเมือง การเดินทางโดยเครื่องบินจะสะดวกและประหยัดมากหากทำการจองตั๋วเที่ยวบินภายในประเทศล่วงหน้า และขอบอกโอกาสที่จะได้ตั๋วราคาถูกที่สุดนั้นอยู่ที่ 19 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
  2. แนะนำให้เดินทางไปลงยังสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) มากกว่าสนามบินนาริตะ (Narita International Airport) เพราะมีสายการบินให้บริการมากกว่า การเดินทางเข้าโตเกียวก็สั้นกว่าและประหยัดค่าเดินทางมากกว่า
  3. ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นการแปลภาษามาใช้ เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ อย่างน้อยหากหลงทางคุณก็ยังสามารถสื่อสารแบบง่ายๆ กับคนท้องถิ่นได้ นอกจากโปรแกรมแปลภาษาแล้ว ก็ยังมีแอพดีๆ สำหรับการท่องเที่ยวอีกมากมาย
  4. พกนามบัตรและเบอร์ติดต่อโรงแรมตลอดเวลาที่คุณออกไปเที่ยว ในกรณีที่คุณหลงทางก็สามารถโชว์นามบัตรโรงแรมภาษาญี่ปุ่นให้คนท้องถิ่นหรือคนขับรถแท็กซี่ช่วยคุณได้
  5. ร้านสะดวกซื้อ คือ โลกเล็กๆ ที่มีทุกสิ่งสรรพตั้งแต่อาหารสำเร็จรูป บัตรโทรศัพท์ เสื้อผ้า และอีกมากมาย
  6. หากคุณคิดจะใช้รถไฟเป็นหลักในการเที่ยวทั่วเมือง (ถือว่าประหยัดกว่าแท็กซี่อยู่มากโข) ขอแนะนำให้โหลดแอพตารางรถไฟ “ไฮเปอร์เดีย” (Hyperdia) เพื่อความมั่นใจว่าคุณจะไม่พลาดสักเที่ยว ตารางเวลารถไฟเมืองนี้ตรงและแม่นยำ ไม่ต้องตบแมลงหวี่รอ
  7. เช่าอุปกรณ์ไวไฟพกพา (Pocket-Wifi) จะสะดวกและประหยัดกว่าการใช้บัตรโทรศัพท์ เพราะสามารถใช้ได้กับทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตและมือถือ เมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นมีฟรีไวไฟให้ใช้อยู่ทั่วไป และอุปกรณ์พกพาตัวนี้ก็มีให้เช่าได้ที่สนามบิน แต่ถ้าหากคุณทำการจองก่อนจะมีส่วนลดพิเศษกว่าราคาเช่าหน้าเคาน์เตอร์
  8. อย่าวางทิปสุ่มสี่สุ่มห้า เป็นการผิดมารยาท ที่ญี่ปุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องวางทิป หากคุณวางทิ้งไว้ พนักงานจะนึกว่าคุณลืม และการยื่นเงินสดให้กับมือก็ถือว่าไม่เหมาะไม่ควร สำหรับการพักในโรงแรมชั้นดีที่คุณอยากให้ทิป คุณก็ต้องหาซองใส่ให้เรียบร้อย และวางให้เมื่อวันไปถึง ไม่ใช่วางทิ้งไว้วันที่คุณเช็คเอ้าท์
  9. สายด่วนภาคภาษาอังกฤษในญี่ปุ่น คือ 0120 461 997 (24 ชั่วโมง)
  10. การแลกเงินเยนเพื่อใช้จ่ายช่วงท่องเที่ยว เป็นที่น่าสนใจว่าการแลกเงินโดยใช้ตั๋วเงินสดนักท่องเที่ยว (Traveler Cheque) คุณจะได้เรทดีกว่าการแลกด้วยเงินดอลลาร์ แถมยังปลอดภัยในการพกพาอีกด้วย
  11. ในญี่ปุ่นมีบริการรับ-ส่งกระเป๋าเดินทางไปยังสนามบินที่เรียกว่า “ทากุไฮบิน” (Takuhaibin) เพื่อความสะดวกสำหรับการเดินทางแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง รถรับส่งกระเป๋านี้สามารถมารับกระเป๋าคุณได้ทั้งที่โรงแรมหรือร้านสะดวกซื้อที่มีป้ายบริการ บริการนี้เชื่อถือได้และไม่แพงอีกต่างหาก
ดูบทความท่องเที่ยวอื่น ๆ
ดูบทความท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เขียนโดย คนเดินทาง
ดูบทความท่องเที่ยวอื่น ๆ ในหัวข้อ เตรียมตัวเที่ยว