32.2 C
Bangkok
วันอังคาร, มีนาคม 5, 2024
หน้าแรกสุขภาพและความงามฉี่บ่อย ปัญญาใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ฉี่บ่อย ปัญญาใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

การปัสสาวะบ่อย (Frequency urination) คืออาการที่ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยปกติแล้ว ผู้ใหญ่จะปัสสาวะเฉลี่ย 6-8 ครั้งต่อวัน แต่หากปัสสาวะบ่อยกว่า 8 ครั้งขึ้นไปต่อวัน หรือปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืน อาจเรียกว่าอาการปัสสาวะบ่อยผิดปกติ (Urinary frequency)

อาการฉี่บ่อยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • ดื่มน้ำมากเกินไป เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด โดยปกติแล้ว ร่างกายต้องการน้ำประมาณ 2 ลิตรต่อวัน แต่หากดื่มน้ำมากกว่า 2 ลิตรต่อวัน อาจทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นได้
  • ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Overactive bladder, OAB) เป็นความผิดปกติที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวบ่อยและรุนแรงกว่าปกติ ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยแม้กระเพาะปัสสาวะยังไม่เต็ม
  • โรคเบาหวาน โรคเบาหวานทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ส่งผลให้น้ำตาลส่วนเกินถูกขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • โรคไต โรคไตทำให้ไตทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้ปัสสาวะออกมากผิดปกติ
  • โรคต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากโตกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะออกลำบาก ส่งผลให้ต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ส่งผลให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย
  • โรคทางระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ทำให้ควบคุมการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะได้ยาก ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยารักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคหัวใจ เป็นต้น

หากมีอาการฉี่บ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ โดยอาจรวมถึง

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ดื่มน้ำให้พอเหมาะ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และอาหารรสจัด
  • ใช้ยา เช่น ยาลดอาการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ ยาปฏิชีวนะ (หากเกิดจากการติดเชื้อ) เป็นต้น
  • การผ่าตัด (หากเกิดจากโรคร้ายแรง เช่น โรคต่อมลูกหมากโต)

วิธีป้องกันอาการฉี่บ่อย

  • ดื่มน้ำให้พอเหมาะ โดยปกติแล้ว ผู้ใหญ่ต้องการน้ำประมาณ 2 ลิตรต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และอาหารรสจัด เครื่องดื่มเหล่านี้อาจกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่น้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานและโรคต่อมลูกหมากโต ซึ่งอาจทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานและโรคต่อมลูกหมากโต
  • ดูแลสุขภาพจิต ความเครียดอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะบีบตัวบ่อยขึ้น ดังนั้นจึงควรหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น การนวด การฟังเพลง การอ่านหนังสือ เป็นต้น

บทความ ข่าวสาร มาใหม่

ข้อมูลควรรู้สำหรับมือใหม่เริ่มลงทุน

การลงทุนเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการเสริมสร้างความมั่งคั่งและการเติบโตทางการเงินของบุคคลหรืออง...

ข้อควรรู้ในการลงทุนหุ้นสำหรับมือใหม่

การลงทุนในหุ้นเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ลงทุนได้อย่างมากมาย แต่สำหรับมือให...

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกองทุนรวม

กองทุนรวมเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีความสะดวกสบายและเ...

เทคนิคจัดการเวลาสำหรับการทำงานออนไลน์

การทำงานออนไลน์เป็นสิ่งที่มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็ม...

กลยุทธ์เพิ่มรายได้จากงานออนไลน์

ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา การทำงานออนไลน...