เตรียมตัวเที่ยว

ขั้นตอนการ จองตั๋วรถไฟ ออนไลน์

ถึงแม้ว่าการเดินทางประเภทอื่นทั้งทางเครื่องบินและรถทัวร์ จะมีราคาถูกแถมสะดวกสบายมากขึ้นก็ตาม หรือนักเดินทางบางกลุ่มก็ชอบที่จะขับรถเพื่อที่จะเดินทางเอง แต่การเดินทางด้วยรถไฟไทยก็ยังเป็นอีกตัวเลือกที่ขาดไม่ได้เหมือนกัน ถ้าไม่นับเรื่องของสภาพรถที่ส่วนมากอายุนับร้อยปี (ตั้งแต่ รัชกาลที่ 5) ก็จะถือได้ว่าการเดินทางด้วยรถไฟก็ยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ซึ่งการเดินทางโดยรถไฟแต่ละครั้งนักเดินทางจะเจออะไรบ้างในแต่ละขบวน และการ จองตั๋วรถไฟ ออนไลน์ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มาดูกันครับ

สิ่งที่พบเจอได้บนรถไฟแต่ละขบวน

  • คุณจะได้เจอกับการเดินทางที่สโลไลฟ์สุด ๆ รถไฟไม่เคยตรงเวลาสักครั้ง ยกเว้นขบวนที่เป็น “ด่วนพิเศษ” ที่จะค่อนข้างตรงเวลาอยู่พอสมควร
  • ถ้าคุณมีเวลาว่างเดินสำรวจบนรถไฟแต่ละขบวน คุณจะเจอกับคนหลากหลายชนชั้น เพียงแค่ก้าวเดียวข้ามรถไฟจากคันหนึ่งไปอีกคันหนึ่งเท่านั้น นักท่องเที่ยวที่มีเวลาเยอะไม่สนใจเรื่องเวลาและมีเงินเยอะจะอยู่ที่ชั้น 1 หรือวีไอพี ซึ่งส่วนมากจะเป็นรถแอร์และเป็นชาวต่างชาติซะส่วนใหญ่ ที่รถวีไอพีจะมีพนักงานคอยบริการ มีอาหารและของว่างให้ ที่นอนแยกเป็นห้องในแต่ละตู้ ราคาก็จะค่อนข้างแพง ส่วนมากก็ 1,500 บาทขึ้นไป
  • ชั้น 2 ส่วนมากที่ผมเจอก็จะเป็นประชาชนที่มีฐานะทั่วไป ตั้งแต่ปานกลาง ถึง มีฐานะดีขึ้น บางคนก็ไม่รีบชอบการเดินทาง ทางรถไฟเพราะนอนหลับสบาย ยืดได้เต็มที่เหมือนนอนเตียงที่บ้าน ทำให้ไม่เพลียจนเกินไป ผมเองก็เป็นอีกจำพวกหนึ่งที่ชอบนั่งรถไฟตู้โดยสารประเภทนี้ เพราะชอบเดินทางวันศุกร์เย็นหลังเลิกงาน และนั่งวันอาทิตย์กลางคืน มาถึงวันจันทร์เช้าแล้วทำงานต่อเลย
  • ชั้น 3 ผู้โดยสารที่อยู่ชั้นนี้หลากหลายมากเลยครับ แต่ส่วนมากจะเป็นชาวบ้านทั่วไปที่เน้นการเดินทางราคาถูก พ่อค้า แม่ค้า คนเฒ่า คนแก่ ผู้ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ มักจะเจอที่ตู้โดยสารประเภทนี้เกือบหมด หลายคนก็จะไม่มีที่นั่ง แออัด ยัดเยียด มีที่แทรกตรงไหนที่พอจะแทรกได้ก็จะต้องแทรกไป แล้วก็นั่งอยู่แบบนั้นจนถึงปลายทาง เพราะถ้าขยับให้พื้นที่ว่างเมื่อไหร่ ก็จะเสียที่ตรงนั้นให้คนอื่นทันที

ขั้นตอนการ จองตั๋วรถไฟ ออนไลน์

1. สามารถเริ่มใช้บริการการจองตั๋วรถไฟออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.thairailwayticket.com เมื่อเข้ามาหน้าแรกของเว็บแล้วก็จะเจอกับหน้าตาเว็บไซต์เหมือนรูปข้างล่างนี้

การจองตั๋วรถไฟออนไลน์

2. เริ่มค้นหาขบวนรถที่ให้บริการที่บริเวณ “ตรวจสอบขบวนรถ”

  • ให้เลือกจุดหมายต้นทาง และ ปลายทาง
  • เลือกวันเดินทาง
  • เลือกจำนวนผู้เดินทาง ได้สูงสุด 4 คน
  • เสร็จแล้วคลิกที่ “ค้นหาขบวนรถ”

จากตัวอย่างนี้ผมเลือกเดินทางไป จังหวัดเชียงใหม่

** สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน **

การจองตั๋วรถไฟออนไลน์

3. หน้าจอถัดมาจะแสดงขบวนรถที่มีให้บริการ ซึ่งจะแสดงข้อมูลครบ ได้แก่ เวลาที่ขบวนรถจะออกจากสถานีต้นทาง, เวลาที่จะถึงสถานีปลายทาง, ประเภทของขบวนรถ และ หมายเลขขบวน

เมื่อมาถึงหน้านี้และเลือกเวลาเดินทางได้แล้ว ก็ให้คลิกที่ “เลือกตู้” เพื่อตรวจสอบที่นั่งว่างในลำดับถัดไป

การจองตั๋วรถไฟออนไลน์

4. หน้าจอถัดมาจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับตู้โดยสาร (หรือบางคนเรียกว่าโบกี้) ซึ่งจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของตู้โดยสาร ได้แก่ จำนวนที่นั่งภายในตู้โดยสาร, ระดับของตู้โดยสาร (ชั้น 1, ชั้น 2, ชั้น 3), ประเภทของตู้โดยสาร (ตู้นอน, ตู้นั่ง), ปรับอากาศ หรือ ตู้พัดลม และ ราคาค่าโดยสาร

โดยราคาค่าโดยสารจะแยกให้เห็น 2 ราคา สำหรับตู้โดยสารที่เป็นตู้นอน เมื่อเลือกประเภทของตู้ได้แล้ว ก็ให้คลิกที่ “ที่นั่งว่าง” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนในการเลือกที่นั่ง

การจองตั๋วรถไฟออนไลน์

5. ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการเลือกที่นั่ง ให้กรอกรายละเอียดของผู้ที่จะเดินทางก่อนนะครับ ซึ่งข้อมูล 2 อย่างที่ต้องการ คือ หมายเลขบัตรประชาชน หรือ ใช้หมายเลขพาสปอร์ตก็ได้, ชื่อ นามสกุล ผู้เดินทาง

** รายละเอียดตรงนี้ทางการรถไฟก็ไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากในวันเดินทาง แต่แนะนำให้กรอกข้อมูลจริงของผู้โดยสารจะดีกว่า เพราะถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นมา จะได้ตามเรื่องกันไม่ยากนัก **

เมื่อกรอกเสร็จแล้วให้กดเลือกที่นั่ง โดยสามารถเลือกได้เอง หรือ จะให้ระบบเลือกให้ก็ได้

การจองตั๋วรถไฟออนไลน์

6. การเลือกที่นั่งจากตัวอย่างนี้จะเป็นตู้โดยสารประเภทตู้นอนนะครับ ตู้นอนจะมีเตียงบนกับเตียงล่าง ถ้าเลือกเป็นเลขคู่จะเป็นเตียงล่าง และในตู้โดยสารแต่ละตู้จะมีที่นั่งที่เปิดให้ซื้อผ่านระบบออนไลน์เพียง 4 ที่นั่งเท่านั้น เมื่อเลือกที่นั่งเสร็จแล้วให้คลิกที่ “ยืนยันการเลือกที่นั่ง”

** เวลาประมาณ 1-2 ทุ่ม จะมีเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟแต่ละตู้ มาปรับที่นั่งเป็นที่นอนให้ นอนราบได้สบาย ๆ เหมือนเตียงที่บ้านเลยแหละ **

การจองตั๋วรถไฟออนไลน์

7. ถัดมาจะเป็นการสรุปรายการการเดินทางอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน ซึ่งสามารถเลือกชำระได้ทั้งผ่านบัตรเครดิต และ บัตรเดบิต ให้ทำการเลือกประเภทของบัตรที่จะใช้ชำระเงิน เสร็จแล้วกดที่ปุ่ม “ชำระเงิน”

การจองตั๋วรถไฟออนไลน์

8. เมื่อชำระทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ติดปัญหาอะไร ประวัติการจอง การซื้อต่าง ๆ ก็จะมาอยู่ที่เมนู “ประวัติการจอง” ก่อนเดินทางให้พิมพ์ตั๋วติดตัวไปด้วยนะครับ ตอนนี้ยังคงต้องมีเอกสารแสดงเป็นตั๋วโดยสารอยู่นะครับ นายตรวจบนรถไฟยังไม่ยอมให้เปิดดูทางโทรศัพท์

การจองตั๋วรถไฟออนไลน์


ง่ายมากเลยว่ามั้ยสำหรับการ จองตั๋วรถไฟ ออนไลน์ถึงแม้ที่ผ่านมาการรถไฟอาจจะมีข่าวไม่ค่อยดีบ้าง แต่เมื่อเราได้กลับมาเดินทางด้วยรถไฟอีกสักครั้ง จะเห็นและสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาการบริการให้ดีขึ้น ถึงแม้จะค่อยเป็นค่อยไป ก็ยังถือได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดีนะครับ


ค้นหาเที่ยวบินและที่พัก

Related posts