เที่ยวน้ำตก, ภูเขา, ผจญภัย
ภูหินร่องกล้า น้ำตกหมันแดง ลานหินแตก
- รายละเอียด
- หมวด: เที่ยวน้ำตก ภูเขา ผจญภัย
- สร้างเมื่อ วันพฤหัสบดี, ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ๑๑:๑๙
- เขียนโดย burnboy
พวกเราเริ่มเดินทาง ด้วยรถ ขนส่งหมอชิต รอบ 23.30 น. มาถึงจังหวัดพิษณุโลกเวลาประมาณ 05.00 น. ได้ครับ อากาศในวันนั้นอากาศเย็นกำลังสบายเลย เมื่อเรามาถึงสถานีขนส่งพิษณุโลก ก็ต่อรถ พิษณุโลก ไป นครไทย เลยครับ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชม. (แล้วแต่อารมณ์คนขับ ^^) ตอนที่เราซื้อตั๋วเราซื้อตั๋วรถแอร์ รอบ 05.30 น. แต่เหมือนไม่มีการจัดคิวอะไรเลยครับ คนขึ้นรถ รอบนี้รอกันเยอะมาก... พอรถมาถึง พวกเราไม่ได้ขึ้นเลยครับ...เนื่องจากรถเต็ม *0* พวกเราเลยต้องนั่งรถรอบต่อไป ซึ่งเป็นรถแบบพัดลม เอาน่ายังดีที่เป็นช่วงเช้ามืด แอร์ธรรมชาติ ก็หนาวเหมือนกัน -.-

เมื่อพวกเรามาถึงนครไทยแล้ว ก็จะต้องเหมารถกันครับ ขึ้นอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โดยสามารถติดต่อได้ที่ พี่ที่ขายของชำ ได้เลยครับ... เค้ามีรถรับส่งขึ้นอุทยานฯเลย สนทนาราคาแล้ว อยู่ที่รอบละ 600 บาทครับ... เมื่อมาถึงอุทยานฯ พวกเราก็ต้องแปลกใจครับ... นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ขับรถกันมา เพราะสถานที่ที่จะท่องเที่ยว ต้องขับรถกันไปครับ ถึงจะมีเวลาเที่ยวครบๆ (อีกแล้วพวกเรา -.-)

(คนอยากมา เว็บมาสเตอร์ของเราครับ ^^)
เมื่อพวกเรามาถึงก็เช็คอินเข้าที่พัก... และกินข้าวเที่ยงกัน ซึ่งอากาศบนนั้นจะ เย็นตลอดครับ มีคนบ่นหนาวเลย (ดูเสื้อเว็บมาสเตอร์ใส่ -.-) ร้านอาหารที่อุทยานมีอยู่ด้วยกัน 2 ร้านครับ ชื่อร้านรังทอง และร้านดวงใจ พวกเราแวะกินสลับกันครับ ผมว่าก็อร่อยทั้งสองร้านแหละครับ ^^ ราคาไม่แพงมาก... ร้านทั้งสองร้านถ้าจำไม่ผิดน่าจะเริ่มเปิดให้บริการ 06.00 - 20.00 น. ทั้ง 2 ร้านมีของครบๆ ครับ... (พวกแอลกอฮอล์เข้าเส้น อิอิ ในราคาไม่แรงมากครับ ^^)

(ของโปรดเว็บมาสเตอร์เค้า ^^)
เมื่ออิ่มท้องกันแล้วพวกเราก็มุ่งหน้าสู่ลานหินแตกกันเลย... ท้องฟ้าวันนั้นตามคาดครับ อากาศเย็น ท้องฟ้าปิด โอวไม่มีอะไรที่น่านอนกว่านี้แล้ว ฮา แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว กะว่าเข้าลานหินแตกแล้ว เย็นๆ หน่อยจะไปลานหินปุ่มเก็บแสงตอนเย็นเอาละกัน... (ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าลานหินปุ่มเข้าไม่ได้ T^T)

(เนื่องจากฟ้าปิด เลยลองทำลานหินแตก เป็นแนวนี้ดู โหดมะ อิอิ)
มาถึงลานหินแตกช่วงที่ไปก็มีคนเข้ามาเที่ยวพอสมควรเลยครับ พวกเราก็เพลินกับการถ่ายรูป ถ่ายเยอะมากกก แต่ดูไม่ได้สักรูป ฮา (ฝืมือยังห่วย) ก็เลยได้ภาพมาเล็กน้อยครับ ^^

หลังจากเดินชมสถานที่สักพัก ฝนก็ตกลงมาปรอยๆ และดูท่าจะตกหนัก...ตากล้องเก็บกล้องกันแทบไม่ทันเลย ซึ่งตอนแรกตามที่แพลนไว้ จะไปลานหินปุ่มต่อ แต่ฝนดันตกซะก่อน เลยไม่ได้ไป (ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ายังเข้าไม่ได้ ฮา) พวกเราจึงเดินทางกลับที่พักกัน อาบน้ำ พักผ่อน แล้วรอกินข้าวเย็น (ฟ้าไม่เป็นใจ T^T) ตกกลางคืนก็นั่ง นับเลข แล้วเอาแอลฯ เข้าเส้นนิดหน่อยพอประมาณ อิอิ ... ตามแพลนวันที่สองเราต้องไปน้ำตกหมันแดงกันต่อ...

พวกเราได้ทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ในอุทยานฯ ว่าจะเหมารถไปกลับน้ำตกหมันแดง กันโดยสนทนากันเป็นเงิน 700 บาท โดยนัดเจ้าหน้าที่อุทยานไว้ตอน 07.30 น. เพื่อมุ่งหน้าสู่น้ำตกหมันแดง เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาพวกเราก็แวะนั่งกินข้าวเช้ากันและเตรียมเสบียงเพื่อไปกินตอนเที่ยงที่น้ำตกฯ ...

เนื่องจากเราเข้าใจผิดกันเล็กน้อยจึงทำให้เราเดินทางล่าช้าไปประมาณเกือบ ชม. พวกเราก็มาถึงทางเข้าน้ำตกหมันแดง... ซึ่งที่นี้จะมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯนำเข้าน้ำตกฯ โดยเราเสียค่าใ้ช้จ่ายเล็กน้อย ประมาณ 500 บาท ต่อเจ้าหน้าที่ 1 คน ครับ ซึ่งแนะนำว่า ให้มีเจ้าหน้าที่พาเข้าไปนะครับ... เพราะถ้าเข้าไปกันเองผมว่ามีหลงแน่ๆ ตอนที่เราไปกัน คณะเรามี 6 คนและรวม เพื่อนๆ จากที่อื่นๆ อีก 7 คน และเจ้าหน้าที่ 1 คน เข้าสู่น้ำตกหมันแดง...

ในช่วงแรกทางเดินของน้ำตกหมันแดง จะเดินไม่ยากมากครับ พวกเราก็เดินกันชิว แวะถ่ายรูปกัน ไปตลอดทาง ซึ่งจากที่ดูรีวิว... จากเว็บเพื่อนๆ หลายๆ ที่ เค้าบอกว่าที่นี้จัดว่า ทากดุ เหมือนกัน... แต่พวกเราไม่กลัวครับ... เพราะตั้งใจมาบริจาคกันอยู่แล้ว T^T เมื่อเราเดินเข้าไปเรื่อยๆ ถ้าเจอสะพานไม้ ที่ให้ข้ามลำธารแปลว่า เราเริ่มเข้าสู่โหมด Offroad กันแล้วครับ...

(น้ำตกหมันแดงชั้นที่ 1 ด้วยความอนุเคราะห์จากขาตั้งเพื่อนไนท์)
หลังจากข้ามสะพานมาแล้ว ทางเดินเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆครับ ประกอบกับดินมีความชื้นสูง ทำให้รู้สึกแฉะและลื่นอยู่ตลอดเวลา ต้องใช้ความระมัดระวังมากๆ ครับ ในช่วงนี้ผมเก็บกล้องเลยครับ ถ้าคล้องคอไว้ ล้มไปมีเฮ แน่ -.- เมื่อผ่านน้ำตกชั้นที่ 1 มา พวกเราก็แทบจะใช้โหมด Offroad ตลอดเวลาเลยครับ สองขา สองมือนี้ใช้ครบเลย ซึ่งเหนื่อยมากๆ ไม่คิดว่าจะโหดกว่า เินินมรณะที่ภูสอยดาวซะอีก T^T และเมื่อถึงน้ำตก ชั้น 2 , 3 , 4 พวกเราไม่ได้แวะเลยครับ เพราะมันไม่มีจุดให้แวะ แต่มีมุมให้ออกไปถ่ายรูปได้เหมือนกัน แต่ผมก็ไม่ได้เก็บภาพมาซะอีก (แบบขาตั้งกล้องคนอื่นอะ ไม่กล้ายืมมาก รอทีเดียว อิอิ)

(ดอกลิ้นมังกร ซึ่งเห็นอยู่ที่นี้ที่เดียว)
หลังจากไม่ได้แวะน้ำตกทั้งสามชั้น พวกเรามุ่งหน้าเข้าสู่น้ำตกชั้นที่ 5 ซึ่งเป็นจุดที่ไฮไลท์ของน้ำตกหมันแดง (ในความคิดผมนะ ฮา)... มาถึงตอนนี้พวกเราก็ใช้เวลามาถึง ช่วงประมาณเที่ยงๆ พอดี ด้วยอาการที่เหนื่อยกัน... ซึ่งจุดนี้เราจะแวะทานข้าวที่นำเข้ามา และมีเพื่อนๆ อีกหลายกลุ่ม นั่งพักกันจุดนี้ครับ และดื่มดำกับความสวยงามของธรรมชาติที่บรรจงสร้างมาให้...
ถึงตอนนี้เพื่อนๆ ผมทานข้าวกันก่อนครับและสำรวจว่ามีทากดูดกันไหม ส่วนผมไม่หิวและไม่ดูแล้วครับ... ใจอยากจะถ่ายอย่างเดียวเลย (ถ่ายรูปนะ)... บอกเพื่อนไนท์ว่า ขอยืมขาตั้งกล้องนะ นานหน่อยนะ... เพื่อนไนท์ก็ไม่ว่าอะไรเลยครับ ผมเลยจัดซะมาเพียบ (แต่ก็เสียเพียบเหมือนกัน T^T ถ่ายน้ำตกครั้งแรก ยากงะ)

(น้ำตกหมันแดงชั้น 5 ที่ๆมี ดอกลิ้นมังกรสีชมพู)

(อีกหนึ่งมุมมหาชน)
ผมก็ค่อยๆถ่ายไปเรื่อยๆ จนลืมหิวกันเลย เพราะมันงดงามมากครับ... คุ้มค่ากับการเดินทาง และ ฝ่าดงทากเข้ามา ซึ่งตอนนี้เพื่อนๆ ผมเริ่มอิ่มกันแล้ว ก็เริ่มถ่ายรูปกัน ส่วนเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ที่มีกล้องก็ทยอยเข้าคิวถ่ายมุมมหาชนกัน ก็แบ่งๆ กันครับ คงได้ภาพสวยสมใจกลับไปกันหลายคนเลยวันนั้น...
หลังจากเพลิดเพลินกันได้สักพัก ฝนก็มีทีท่าจะตกลงมาแล้ว ซึ่งน้ำตกหมันแดงมีทั้งหมด 32 ชั้น แต่สามารถเข้าชมได้เพียง 9 ชั้นเท่านั้น ซึ่งพวกผมคิดว่า ถ้าเข้าถึง 9 ชั้น คงได้นอนกันในป่าแน่ๆ เลย จึงตัดสินใจเดินทางกลับครับ โดยไปไม่ถึง ชั้นที่ 9 (แอบเสียดาย แต่สังขารไม่ไหว)

(ภายในที่พักเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่พาเข้าน้ำตกหมันแดง)
หลังจากพวกเราเดินทางใกล้จะถึงทางออกน้ำตกหมันแดง ฝนก็ไ้ด้ตกหนักกันอีกครั้ง (มาครั้งนี้ครบรส จริงๆ) พวกเราออกมาจากน้ำตกหมันแดง ก็บ่ายสามแก่ๆ แล้ว พวกเราก็มาหลบฝนที่บ้านพักของเจ้าหน้าที่ฯ กัน เพื่อรอรถกลับอุทยานฯ... พวกเราก็สำรวจร่างกาย ตอนเข้าเพื่อนไนท์ผู้ซึ่งไม่ได้เตรียมตัวอะไรเข้าไปเลย ใส่รองเท้าแตะ แต่กลับไม่โดนทากดูดเลย ส่วนเว็บมาสเตอร์นี้ ทากดูด ที่หัว ก้น ขา ครบทุกส่วน ผมก็โดนไม่แพ้เว็บมาสเตอร์เลย ทากขึ้นมาดูดถึง... เห้ออออ มันทำไปได้

หลังจากนั้นสักพักรถก็มารับพวกเราเดินทางกลับอุทยานฯ ซึ่งตอนนี้พี่ที่ขับรถบอกว่าตอนนี้ลานหินปุ่มเข้าไม่ได้เพราะตัวต่ออาละวาดอยู่ ผมตั้งใจจะเดินไปช่วงเช้าสักหน่อย (แอบเสียดาย) เมื่อมาถึงก็อาบน้ำ เตรียมตัวกินข้าวเย็นและเตรียมพักผ่อนหลังจาก เหนื่อยกันมาทั้งวัน คืนนั้นพวกเราหลับกันเป็นตาย โดยที่ผมต้องสะดุ้งตื่นทั้งคืนเพราะมีโรงสี มาเปิดถึงสองที่ T^T

พอรุ่งเช้าพวกเราก็เตรียมตัวกลับ โดยเปลี่ยนแผนกันไปไหว้พระพุทธชินราช ในตัวเมืองพิษณุโลกกัน ซึ่งเราเช็คเอาท์กันก่อนเที่ยงและให้รถมารับกันตอน 11.00 น. เพื่อลงจากอุทยานกัน และต่อรถ นครไทย ไปพิษณุโลก ถึงตัวสถานีขนส่งก็เวลา บ่ายสามแก่ๆ (อีกแล้ว) พวกเราจึงเหมารถสามล้อคันเล็ก ไปวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ด้วยราคาคันละ 60 บาทจ้าาา

เนื่องจากวันที่เราไปตรงกับวันอาสาฬหบูชา ทำให้มีประชาชนมาร่วมทำบุญกันเยอะมากครับ มีกิจกรรมทางศาสนาในช่วงค่ำๆ ด้วย ผมก็ได้แต่เสียดายอีกแล้ว ถ้ามีเวลาอีกสักวัน คืนนี้ผมน่าจะได้รูปที่เกี่ยวกับวัดศาสนากับเค้าบ้างหละ T^T
สำหรับทริปนี้ก็เป็นอีกทริปที่ผมกับคนเดินทางได้ร่วมกันท่องเที่ยว ไว้มีโอกาสจะมาฝากรูปอีกครับ
รูปเพิ่มเติม http://burnboy.multiply.com/photos/album/67
ขอบคุณพื้นที่ www.konderntang.com
ถ่ายภาพ : สุรัช เหมวัณณะ (http://burnboy.multiply.com)
ปิดท้ายกันด้วยคลิปวีดีโออันนี้ค้าบบ... (ทำไมเอาขึ้น youtube แล้วภาพมันแตกก็ไม่รู้)




