The Marble Temple, Wat Benchamabopitr Dusitvanaram Bangkok THAILAND
ท่องเที่ยวทั่วไทย 77 จังหวัด ตุลาคม 20, 2022 โดย คนเดินทาง

เดินทางเที่ยววัด กรุงเทพ ฉบับไทยๆ ไหว้พระ ชมศิลปะแต่ละสมัย

The Marble Temple, Wat Benchamabopitr Dusitvanaram Bangkok THAILAND

เดินทางเที่ยววัด กรุงเทพ ฉบับไทยๆ ไหว้พระ ชมศิลปะแต่ละสมัย

ต้องบอกเลยว่าพูดถึงศาสนาผู้คนต้องก็ต้องพูดถึงวัดที่เป็นอีกหนึ่งอนุสรณ์ที่แสดงถึงความเป็นตัวตนของแต่ละประเทศรวมไปถึงสถาปัตกรรมของแต่ละภูมิประเทศที่แตกกต่างออกไปและวัดยังถือว่าเป็นจุดพักพิงให้กับผู้คนที่ยากไร้ต่างก็หันหน้าพึ่งวัดกันซะส่วนใหญ่และวัดก็เป็นที่อยู่ของภิกษุและใช้ประกอบศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน ภายในวัดมีวิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ เมรุ ซึ่งใช้สำหรับประกอบศาสนาพิธีต่างๆ เช่น การเวียนเทียน การสวดพุทธมนต์ การทำสมาธิ วัดโดยส่วนใหญ่นิยมแบ่งเขตภายในวัดออกเป็นสองส่วนคือ พุทธาวาส และสังฆาวาส โดยส่วนพุทธาวาสจะเป็นที่ตั้งของสถูปเจดีย์ อุโบสถ สถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และส่วนสังฆาวาส จะเป็นส่วนกุฎิสงฆ์สำหรับภิกษุสามเณรจำพรรษา และปัจจุบันวัดได้ทำการประกอบพิธีทางศาสนาของชุมชน เช่น การฌาปนกิจศพ โดยในอดีตส่วนนี้จะเป็นป่าช้า ซึ่งอยู่ติดหรือใกล้วัดตามธรรมเนียมของแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป ถ้าสมัยนี้เวลาคนเข้าวักมักที่จะเขาไปขอในสิ่งที่ปรารถนา อย่างเช่นตัวเลข เพื่อเอามาแทงที่ เว็บหวย เพื่อลุ้นโชคแล้วแต่คนไป

สถาปัตกรรมของวัดของไทย

สถาปัตยกรรมไทยหมายถึงศิลปะการก่อสร้างของไทย อันได้แก่ วัด อาคาร บ้านเรือน โบสถ์ วิหาร วัง สถูป และสิ่งก่อสร้างอื่นๆมีต่างก็ลักษณะที่แตกต่างกันไปตามภูมิศาสตร์และคตินิยมสถาปัตยกรรมไทยมีมานานตั้งแต่ที่คนไทยเริ่มตั้งถิ่นฐานช่วงแรกและได้พัฒนาและปรับปรุงรูปแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อกาดำรงชีวิต เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศสภาพภูมิประเทศและได้มีการสร้างวัดตามช่วงเวลาและยุคสมัย ยกตัวอย่างเช่นศิลปะสุโขทัยเริ่มต้นราว พ.ศ. 1780 เมื่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์สถาปนากรุงสุโขทัยและสถาปัตยกรรมของวัดจะเป็นพุทธศาสนาลัทธิหินยานเป็นส่วนใหญ่โดยการวางแผนผังอาคารที่เป็นวัดในสมัยสุโขทัยจะใช้แกนทิศตะวันออก–ตะวันตก เกือบทั้งหมดโดยหันด้านหน้าไปทางทิศตะวันออกสิ่งที่ใช้ก่อสร้างที่เป็นหลักจะประกอบด้วยอาคารที่เป็นวิหารอยู่ด้านหน้าเจดีย์ มณฑป หรือพระปรางค์ วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างใช้อิฐและศิลาแลงเป็นหลักและอาจจะใช้หินชนวนบ้างศิลาแลงที่มีขนาดใหญ่และใช้ก่อส่วนฐานอาคารจะใช้วิธีเรียงทับตามแบบอิทธิพลเขมรโดยไม่มีตัวประสานและส่วนของศิลาแลงขนาดเล็กจะใช้ดินเป็นตัวประสานเช่นเดียวกับอิฐ เมื่อก่อวัสดุเสร็จแล้วจะฉาบปูนทับอีกชั้นหนึ่งปูนที่ใช้ฉาบผนังหรือทำลวดลายประดับประกอบด้วย ปูนขาว ทราย น้ำอ้อย หนังสัตว์เคี่ยวจนเปื่อยเป็นน้ำเหนียวส่วนด้านของอาคารที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา คือ วิหารและอุโบสถ วิหาร สมัยนั้นจะนิยมสร้างเป็นขนาดใหญ่และตั้งอยู่ในแกนหลักของวัดส่วนโบสถ์ที่เป็นอาคารที่พระสงฆ์ใช้ประกอบกิจจะมีขนาดเล็กมักจะตั้งอยู่นอกคูน้ำหรือนอกกำแพงวัดมีใบเสมาหินชวนปักคู่ 8 ตำแหน่ง แผนผังอาคารทั้งสองประเภทเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและยกฐานสูงจากระดับพื้นดินประมาณ 1 เมตร มีขนาดตั้งแต่ 4–11 ห้อง ด้านกว้างมีช่วงเสากลางตามความกว้างของห้องและมีช่วงเสาเล็กที่รับชายคาฐานและเสาก่อด้วยอิฐหรือศิลาแลงเสาจะมีทั้งแบบกลมและแปดเหลี่ยมโครงสร้างหลังคาใช้ไม้มุงด้วยกระเบื้องดินเผาแบบขอเต็มลดหลั่นไล่กันเป็นทอดๆและจะมีการทำเครื่องสังคโลกมาประดับส่วนที่ส่วนหลังคาตัวอย่างวิหารที่หาดูได้คือวิหารหลวงวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย และสำใครที่ชอบเข้าวัด มักจะแอบเขาไปสอดส่องมองหาตัวเลขในช่วงเวลาที่รอบของหวยที่จะออกและเอาเลขนั้นมาแทงที่ เว็บหวย และรอรับเงินเมื่อดวงความโชคดีมาถึง

3 อันดับ วัดไทยในกรุงเทพที่ควรไป

1. วัดราชนัดดารามวรวิหาร

เป็นหนึ่งในวัดที่โดดเด่นมากและควรที่จะหาโอกาสไปไหว้สักครั้งวัดตั้งอยู่ในใจกลางของกรุงเทพฯไม่ไกลจากถนนข้าวสารโครงสร้างของวัดนั้นค่อนข้างแตกต่างจากวัดอื่นๆในประเทศไทยโดยวัดถูกสร้างขึ้นด้วยยอดแหลมโลหะสีดำ 37 อันแต่ละอันเป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรม 37 ประการในการตรัสรู้นอกจากวัดอนุราธปุระในศรีลังกาแล้วนั้นวัดราชนัดดารามวรวิหารเป็นหนึ่งในวัดโลหะแห่งเดียวในโลก ที่รูปลักษณ์และการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดในปัจจุบันอยู่

2. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารหรือวัดเบญจมบพิตร

วัดเบญจมบพิตรมีเสาหินอ่อนหลังคาสีแดงสดใสและห้องสีทองที่ส่องแสงระยิบระยับถูกสร้างขึ้นในต้นปี 1900 เป็นสัญลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยสมัยใหม่ที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการออกแบบแบบตะวันตกและมีหินอ่อนจำนวนมากที่ใช้ในคอลัมน์และพื้นนำเข้าโดยตรงจากอิตาลีด้านนอกของห้องโถงจะมีรูปปั้นพระพุทธรูปทั้งหมด 52 องค์ซึ่งแต่ละแห่งนั่งอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันส่วนด้านในห้องโถงใหญ่จะมีพระพุทธรูปในสไตล์สุโขทัยของรัชกาลที่ 5 ก็ถูกฝังอยู่ใต้รูปปั้นอีกด้วย

3. วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

เป็นอีกหนึ่งวัดที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ซึ่ง แต่เดิมได้รับการสถาปนาจากรัชกาลที่ 1 ความโดดเด่นของวัดนี้ก็คือเจดีย์สไตล์จีน 28 องค์ที่ล้อมรอบห้องโถงใหญ่แต่ละห้องเป็นตัวแทนของพระพุทธรูปทั้ง 28 องค์ และภายในห้องโถงจะมีพระพุทธรูปสูง 25 ฟุตซึ่งเชื่อกันว่ามาจากศตวรรษที่ 13 วัดสุทัศน์เป็นวัดที่มีรายล่ะเอียดของสถาปัตกรรมที่ทำให้ผู้คนต้องไปดูด้วยตาตัวเองเช่นหลังคาสีแดงสดภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใสและประตูไม้สักแกะสลักด้วยมือ เป็นต้น

วัดกับคนไทย

ในสังคมไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนในส่วนของประเทศต่างก็พบว่าในแต่ละหมู่บ้านนั้นต่างก็จะมีวัดประจำหมู่บ้านของแต่ละที่เพราะวัดก็เปรียนเสมือนเป็นศูนย์กลางของความเชื่อความนับถือศาสนาของชาวไทยและคนไทยก็ให้ความสำคัญกับและพุทธศาสนาประมานว่าหนีร้อนไปพึ่งเย็นที่วัดนั้นเองและยังถือได้ว่าเป็นสมบัติรวมของคนทั้งหมู่บ้านก็ว่าได้ บางคนชอบที่จะเข้าวัดเพื่อไปไหว้พระทำบุญทำจิดใจให้สงบแต่สำหรับกลุ่มบางคนเพียงแค่เดินทางไปด้วยความเลื่อมใสในความศักดิ์สิทธิ์และเอาเลขจากวัดมาแทงที่เว็บหวย เพื่อหาโชคให้กับตัวเองต่อไป

คุณอาจสนใจ