เปิดประสบการณ์ขับรถเช่าญี่ปุ่นไปเที่ยวชิราคาวาโกะ ลุยหิมะช่วงฤดูหนาว ขับง่าย ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด! กับเส้นทางโอซาก้า-ชิราคาวาโกะแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือจะค้างคืนก็จัดไป!

ถ้าหนึ่งในความปรารถณาของคุณคือการได้เกลือกกลิ้งกับหิมะฟูๆ สักครั้งในชีวิต หรืออยากลองชิมหิมะราดน้ำแดงสักคำล่ะก็! นี่คือเรื่องราวที่อาจช่วยทำให้ฝันของคุณเป็นไปได้ ด้วยรีวิวจากประสบการณ์จริง! กับการขับรถล่าหาหิมะแบบล้มนอนแล้วจมมิดหายไปทั้งตัวที่ชิราคาวาโกะ เมืองมรดกโลกอันเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวในประเทศญี่ปุ่น ด้วยการขับรถเช่าไปกันเองเป็นครั้งแรก เช่ารถอย่างไร เส้นทางแบบไหน ขับรถลุยหิมะที่เขาว่าอันตรายหนักหนานั้นจะรับมืออย่างไร ผมขออาสาไปลองสัมผัสประสบการณ์เพื่อมาบอกเล่าให้คุณฟังด้วยตนเอง!

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

ตั๋วเครื่องบินไปโอซาก้า

The Cheapest Round-trip Tickets from กรุงเทพ to โอซาก้า

วันเดินทาง วันกลับ จุดพัก สายการบิน ค้นหาตั๋ว

30.January.2019

04.February.2019

Direct

Tickets from 7 751

02.December.2018

07.December.2018

1 stop

Tickets from 8 215

04.November.2018

16.November.2018

2 stops

Tickets from 10 917

การเดินทางไปชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

ก่อนอื่นเลยหากจะถามกันตรงๆ ว่าชิราคาวาโกะนั้นเข้าถึงยากหรือเปล่า? ก็ต้องยอมรับว่าใช่ครับ แม้ว่าการเดินทางไปชิราคาวาโกะนั้นจะมีหลายเส้นทาง ทั้งจาก โตเกียว (Tokyo) โอซาก้า (Osaka) และ นาโกย่า (Nagoya) และมีเส้นทางด่วนผ่านใกล้กับหมู่บ้านเลย แต่ปัญหาคือการเดินทางจากหัวเมืองหลักนั้นจะมีระยะทางไกลประมาณ 300-400 กิโลเมตร และไม่มีเส้นทางรถไฟตรงเข้าหมู่บ้าน ซึ่งถ้าคุณไม่ได้ขับรถไปเองก็จำเป็นต้องนั่งรถไฟไปเมืองทาคายามะ (Takayama) แล้วต่อรถโดยสาร Nohi Bus เข้าสู่หมู่บ้านเท่านั้น

ดังนั้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะมาจากเมืองฝั่งไหน ก็มักจะเลือกพักที่ทาคายามะ 1 คืน หรือพักในชิราคาวาโกะ 1 คืน เพราะการเดินทางมาค่อนข้างใช้เวลานาน และยังต้องต่อรถบัสที่มีรอบจำกัด

“ซึ่งการออกเดินทางจากเมืองใหญ่ตั้งแต่เช้ามาต่อรถบัสเลยก็ค่อนข้างมีความเสี่ยง เพราะกว่าคุณจะมาถึงทาคายามะก็น่าจะใกล้เที่ยงแล้ว”

ถึงตอนนั้นรถบัสอาจจะไม่มีรอบหรือที่นั่งอาจเต็มหากบังเอิญมีนักท่องเที่ยวในช่วงนั้นเยอะพอดี จึงดูเหมือนว่าการแบ็คแพ็คไปชิราคาวาโกะจะมีตัวเลือกไม่มากนัก ถ้าไม่ยอมเสี่ยงเดินทางแต่เช้าด้วยรถไฟแล้วมาต่อรถบัส คุณก็ต้องพักในทาคายามะ 1 คืนเพื่อรอเดินทาง หรือเลือกพักในชิราคาวาโกะ 1 คืน ซึ่งค่อนข้างแพงและมีคิวจองยาวเหยียดเลยทีเดียว

นั่งรถไฟไปชิราคาวาโกะต้องใช้เงินเท่าไหร่?

เนื่องจากผมเดินทางจากโอซาก้า จึงขอคิดค่าโดยสารจากโอซาก้าเป็นหลักนะครับ ซึ่งโดยปกติแล้วการเดินทาง 1 คนด้วยรถไฟจากโอซาก้าไป-กลับทาคายามะนั้นมีค่าใช้จ่ายประมาณ 16,000 เยน (ขาละ 4 ชั่วโมง) สำหรับรถไฟปกติ และประมาณ 22,000 เยน (ขาละ 3 ชั่วโมง) สำหรับรถไฟชินคันเซ็นถึงนาโกย่าแล้วต่อด้วยรถไฟปกติ จากนั้นก็ต่อด้วยค่ารถโดยสาร Nohi Bus ไป-กลับอีก 4,420 เยน (ขาละ 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพถนนช่วงหิมะตก) รวมค่าใช้จ่ายไป-กลับประมาณ 20,000-26,000 เยนต่อคน คิดเป็นเงินไทยจะตกราวๆ 6,000-7,000 บาทต่อคน ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการเดินทางต่อเที่ยว แล้วทริปผมมีสมาชิก 4 คน! คิดแล้วก็หน้ามืดในทันที ส่วนตั๋วเหมา Kansai Wide Area Pass ยอดฮิตของแถบคันไซก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ ในภูมิภาคนี้เลยครับ

แล้วขับรถเช่าไปชิราคาวาโกะต้องใช้เงินเท่าไหร่?

เมื่อการเดินทางด้วยรถไฟมันดูแพงมหาโหดสำหรับการเดินทาง 4 คน และเงื่อนไขของผมคือต้องไปเช้า-เย็นกลับมานอนในโอซาก้า เวลาในการเดินทางจึงต้องรวดเร็ว และต้องถูกกว่ารถไฟ! ผมจึงเริ่มมองหาการเช่ารถขับครับ โดยจุดที่เริ่มคุ้มค่ากว่าการใช้รถไฟอย่างชัดเจนคือ เมื่อคุณเดินทางร่วมกัน 3 คนขึ้นไป เพราะค่าใช้จ่ายของรถเช่ารวมทุกสรรพสิ่งแล้วจะใกล้เคียงพอๆ กับการนั่งรถไฟไปชิราคาวาโกะ 2 คน และในแง่ของความสะดวกสบาย รถเช่าอยากแวะไหนก็แวะได้ ขับกินลมชมวิวยังไงก็ได้ ไม่มีตารางเดินรถมาผูกมัด แต่มาดูกันดีกว่าว่าผมจ่ายเงินไปเท่าไหร่บ้างกับการเช่ารถเพียง 1 วัน

  • ค่าธรรมเนียมใบขับขี่สากล 505 บาท (จ่ายที่ไทย)
  • รถเช่า Toyota Prius รวมประกันรถ 4,230 บาท (จ่ายที่ไทย มีส่วนลด 10%)
  • ยางลุยหิมะ (รับรถนอกเขตที่มีหิมะมีค่าใช้จ่าย) 519 บาท (จ่ายที่ไทย)
  • ค่าธรรมเนียมบัตร ETC 1,000 เยน / 280 บาท
  • ค่าทางด่วน ETC ไป-กลับ 16,350 เยน / 4,580 บาท
  • ค่าน้ำมันรถไป-กลับ 5,300 เยน / 1,490 บาท

“รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ประมาณ 12,000 บาทในการเดินทางไป-กลับชิราคาวาโกะใน 1 วัน”

ซึ่งผมรับรถที่ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ แล้วขับมาจอดในโอซาก้าด้วย 1 คืนก่อนเดินทาง ค่าน้ำมันกับค่าทางด่วนจึงรวมถึงการเดินทางจากสนามบินด้วยครับ โดยทั้งหมดนี้หาร 4 คนแล้วตกคนละ 3,000 บาทเอง ถูกกว่านั่งรถไฟเยอะเลย! ค้นหารถเช่าราคาประหยัดในโอซาก้า

การเตรียมตัวเช่ารถขับไปชิราคาวาโกะ

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

เริ่มต้นนั้นคุณสามารถจองรถเช่าก่อนได้โดยยังไม่ต้องมีใบขับขี่สากลก็ได้ครับ โดยจองจากตัวแทนหรือผู้ให้บริการในประเทศไทยได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่จะมาพร้อมประกันอุบัติเหตุ ฟรีอุปกรณ์เสริมโน้นนี่นั่น แล้วก็มีศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน แต่ถ้าแอดวานซ์หน่อยก็จองที่หน้าเว็บไซต์ของผู้ให้บริการเช่ารถเองซึ่งจะถูกกว่าก็ได้ครับ โดยสิ่งสำคัญที่เราต้องรีเควสคือ “ยางลุยหิมะ” ที่ขาดไม่ได้สำหรับทริปไปชิราคาวาโกะ “การ์ด ETC” ที่จะช่วยให้เราผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางได้เลยแล้วมาจ่ายที่หลังตอนคืนรถ และ “ระบบนำทาง GPS” ที่มักจะมีอยู่ในรถเช่าทุกคันอยู่แล้ว

ส่วนยี่ห้อและรุ่นรถที่ต้องการนั้นก็แล้วแต่ขนาดครอบครัวและความชื่นชอบ โดยส่วนตัวผมเลือก Toyota Prius 2017 ซึ่งเป็นรถ Hybrid ครับ และผมก็ชอบเทคโนโลยีการขับขี่ล้ำๆ ของมันด้วย โดยรถรุ่นนี้มีระบบ Dynamic Radar Cruise Control ที่ล็อกความเร็วระหว่างขับขี่ เว้นระยะห่างหน้ารถ พร้อมชะลอและเร่งความเร็วได้เองอัตโนมัติ มีระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน และเตือนเมื่อมีวัตถุขวางด้านหน้า ปล่อยมือจากพวงมาลัยมันก็เตือน ซึ่งเหมาะกับการขับรถทางไกลเป็นอย่างมาก เพราะคุณแทบไม่ต้องเหยียบคันเร่งหรือเบรกเลย

จากนั้นพอใกล้ถึงเวลาเดินทาง (ประมาณ 1-2 สัปดาห์) ก็ไปทำใบขับขี่สากลที่สำนักงานขนส่งจังหวัดได้ทุกแห่งครับ การทำใบขับขี่ประเภทนี้ไม่ต้องมีการสอบ แต่ต้องมีใบขับขี่ตลอดชีพหรือแบบ 5 ปี แล้วยื่นสำเนาหนังสือเดินทาง / สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล / รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป พร้อมค่าธรรมเนียม 505 บาท ก็สามารถรอรับได้เลย โดยอายุของใบขับขี่สากลคือ 1 ปี ทำทั้งทีก็จัดทริปหัวปีท้ายปีไปเลยจะได้คุ้ม

วางแผนการเดินทางไปชิราคาวาโกะ

ในช่วงก่อนเดินทางจริงนั้น ผมค่อนข้างหนักใจกับเส้นทางไปชิราคาวาโกะอยู่พอสมควร ทั้งเส้นทางที่ไกลกว่า 300 กิโลเมตร และค่าทางด่วนที่ตัวแทนรถเช่าคิดมาให้เกือบ 6,000 บาท! โดยในทีแรกผมไม่เชื่อครับ จึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจนค้นพบกับเว็บไซต์คำนวณค่าทางด่วนของญี่ปุ่น www.navitime.co.jp ซึ่งใช้ยากนิดนึงเพราะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายาม โดยคุณต้องเลือกช่องค้นหารูปรถยนต์ จากนั้นใส่ชื่อต้นทางกับปลายทางภาษาญี่ปุ่นลงไป (หาได้จาก Google) เช่นผมจะออกเดินทางจากที่พักแถวเทราดาโช (Teradacho) ก็ใส่ 寺田町 ไปชิราคาวาโกะก็ใส่ 白川郷 ประมาณนี้ครับ จากนั้นกดยืนยันที่ปุ่มสีส้ม

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้าหลังจากนั้นเว็บไซต์ก็จะแสดงแผนที่ขึ้นมา แต่ยังไม่คำนวณเส้นทางให้นะครับ เพราะคุณต้องเลือกชื่อต้นทางกับปลายทางใหม่ให้ตรงกับฐานข้อมูลของเว็บไซต์อีกครั้ง (เราก็เลือกที่สะกดเหมือนกันไว้ก่อน แล้วดูว่ามันปักหมุดตรงที่เราจะไปหรือไม่) จากนั้นกดยืนยันต่อครับ คุณก็จะได้เส้นทางที่ต้องใช้ไว้เทียบกับ Google Maps และคุณยังได้ค่าทางด่วนทั้งหมด ซึ่งถ้าใช้ ETC ก็มีส่วนลดกว่าการจ่ายปกติด้วย แต่ถึงลดแล้วตัวเลขก็ยังใกล้เคียงกับที่ตัวแทนบอกจริงๆ ครับจึงต้องทำใจ เพราะระยะทางมันไกล และค่าทางด่วนญี่ปุ่นเขาก็แพงจริงๆ

ส่วนค่าน้ำมันนั้นผมประเมินด้วยการนำระยะทางมาหารกับอัตราการสิ้นเปลือง แล้วเอามาคูณกับค่าน้ำมัน Regular ของญี่ปุ่น ก็จะได้เป็นค่าน้ำมันที่ต้องจ่ายครับ แต่ปรากฏว่าอัตราสิ้นเปลืองรถ Prius ตั้งไว้เว่อวังมากคือ 32.60 กิโลเมตรต่อลิตร คิดแล้วได้แค่ 700 บาท ซึ่งผมว่าถูกไปสำหรับการขับทางไกล เลยต้องเตรียมเงินเผื่อไว้ 2,000 บาทสำหรับค่าน้ำมันครับ แล้วก็เป็นไปตามคาด เพราะค่าน้ำมันที่จ่ายจริงคือ 1,500 บาทครับ แต่ทั้งทริปนี้ผมเติมน้ำมันไปแค่รอบเดียวบนจุดพักรถสุดท้ายก่อนคืนรถ มโนว่าประหยัดไว้ก่อนแล้วกัน

สำหรับ เส้นทางโอซาก้า-ชิราคาวาโกะ นั้น จากภาพรวมต้องขับรถประมาณ 4 ชั่วโมงทั้งขาไปและขากลับ ผมจึงวางแผนไว้ว่าจะออกเดินทางจากที่พักเวลา 6 โมงเช้า ซึ่งก็จะถึงประมาณ 10-11 โมง และกลับเวลาประมาณบ่าย 3 โมง ซึ่งจะถึงโอซาก้าประมาณ 1-2 ทุ่ม โดยผมนัดคืนรถช่วง 2 ทุ่มพอดี รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 650 กิโลเมตร โหดร้ายอยู่เหมือนกันนะสำหรับการขับรถ 1 วัน แต่ทำไงได้ ก็อยากเล่นหิมะกันทั้งครอบครัวนี่นะ

ว่าด้วยเรื่องของบัตร ETC กับทางด่วน

ETC ของญี่ปุ่นนั้น จะอธิบายง่ายๆ มันก็คือ Easy Pass ของทางด่วนบ้านเรา แต่มีความแตกต่างตรงที่ ETC ของเขาฝังเสาส่งสัญญาณตรงขอบกระจก เชื่อมต่อระบบกับตัวรถ และยืนยันตัวตนด้วยบัตร ETC ที่เสียบอยู่ใต้พวงมาลัย พร้อมระบบใช้ก่อนจ่ายที่หลัง ดังนั้นคุณจึงวิ่งไปไหนก็ได้ในทุกทางด่วนโดยไม่ต้องกลัวเงินหมด และการเข้าออกจากทางด่วนก็ไม่ยากครับ แค่ขับรถเข้าด่านทางของที่มีคำว่า ETC แล้วก็ขับผ่านไปด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งช่องทางนี้ไม่มีไม้กั้นให้ต้องกังวลว่าจะชนด้วยครับ โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดศูนย์เช่ารถจะเรียกเก็บเมื่อคืนรถพร้อมรายละเอียดว่าคุณผ่านด่านไหนราคาเท่าไหร่บ้าง…ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดอ่านไม่ออกสักตัว

การจอดรถกับที่จอดรถสาธารณะ

เนื่องจากผมต้องจอดรถแถวโรงแรมก่อนเดินทาง 1 คืน และโรงแรมไม่มีที่จอดรถ จึงต้องใช้บริการที่จอดรถสาธารณะครับ วิธีใช้ก็ง่ายๆ เพียงคุณขับรถถอยรถจอดเข้าซองที่ว่าง โดยให้รถคร่อมกับแนวแผ่นกั้นใต้ท้องรถซึ่งสักพักหนึ่งมันจะยกขึ้นมาขัดล้อไม่ให้รถออกจากที่จอดได้จนกว่าจะชำระเงิน เมื่อถึงเวลาจะนำรถออกก็เพียงไปที่ตู้ชำระเงิน เลือกเมนูภาษาอังกฤษ กดหมายเลขซองที่เราจอดรถเอาไว้ มันก็จะคิดเงินออกมา พอเราจ่ายครบแล้วแผ่นกั้นก็จะพับลงเพื่อให้รถออกจากซองได้ ในกรณีของผมจอดตั้งแต่ 5 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า เสียเงินเพียง 200 เยน (ประมาณ 60 บาท) เท่านั้น ค้นหาโรงแรมราคาประหยัดในโอซาก้า

ถึงเวลาสตาร์ทรถออกถนนจริง

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการนำใบรับรถที่ตัวแทนจองรถออกให้ หนังสือเดินทาง และใบขับขี่สากลไปยื่นกับศูนย์รับรถที่นัดเอาไว้ จากนั้นก็เซ็นเอกสาร จ่ายค่าธรรมเนียมบัตร ETC และตอบข้อสอบถามกับเจ้าหน้าที่อีกนิดหน่อยก็รับกุญแจมาตรวจรับรถได้เลย ระหว่างนี้คุณสามารถให้เจ้าหน้าที่ตั้งค่าจุดหมายปลายทางเก็บไว้ใน GPS ได้ด้วยครับ

พอได้ขับออกถนนจริงๆ นั้นก็พบว่าการขับรถในญี่ปุ่นก็ไม่แตกต่างจากการขับรถในไทยมากนัก เพราะขับชิดซ้ายเหมือนกัน แต่คุณต้องสวมบทเป็นชนชั้นล่างสุดของผู้ใช้ถนน เพราะพระเจ้าคือคนเดินกับจักรยาน ซึ่งแรกๆ ก็จะเกร็งๆ หน่อยครับ แต่หลังๆ จะเริ่มสบายและรู้สึกว่าการขับรถในญี่ปุ่นไม่หัวร้อนและรถไม่ค่อยติดเลย แต่คุณต้องเคร่งครัดกับสัญญาณไฟ และ บ้านเขา “ไม่มี” เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด จึงต้องรอสัญญาณไฟทั้งหมดครับ ส่วนเลี้ยวขวาส่วนใหญ่จะไม่มีสัญญาณไฟ เมื่อไฟเขียวทางตรงแล้วก็ขับไปตรงกลางแยกก่อน แล้วรอรถทางที่สวนมาว่าง จึงไปทางขวาได้ครับ หลักการขับรถในญี่ปุ่นเบื้องต้นก็มีเท่านี้แหละ ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

ส่วนความเร็วของรถที่ญี่ปุ่นกำหนดความเร็วบนถนนไว้ค่อนข้างต่ำมากคือ 50-60 ในเมือง และ 90 บนทางด่วน แต่ในความเป็นจริงเราสามารถทำความเร็วได้เกินกว่านั้นนิดหน่อยครับ เพราะถ้าทำความเร็วตามเป๊ะ ๆ ก็จะพบว่ารถบรรทุกญี่ปุ่นยังวิ่งแซงคุณเลย โดยส่วนตัวผมจะจำกัดตัวเองไม่ให้เกิน 110 บนทางด่วนครับ แล้วถ้ารู้สึกว่าตนเองวิ่งเร็วอยู่คันเดียวเหงา ๆ ก็จะลดความเร็วลงหน่อย แต่อย่าตะบี้ตะบันเหยียบจนทะลุ 120 เพราะมันไม่สนุกแน่ถ้าโดนตำรวจญี่ปุ่นกวักมือเรียกหรือโดนกล้องเขาจับได้

นอกจากนี้ ระบบนำทางในรถก็มีความสำคัญกับการเดินทางในญี่ปุ่นมาก และต้องขอบอกเลยว่า GPS บ้านเขาพึ่งพาได้จนคุณแทบจะไม่ต้องเตรียมทำการบ้านเรื่องเส้นทางมาก่อนเลย เพราะมันบอกละเอียดแม้กระทั่งเลนไหนที่คุณต้องอยู่ มีไฟแดงตรงไหนบ้าง อีกกี่กิโลเมตรถึงจุดพักรถและทางออก และเตือนเราด้วยเสียงแบบถี่หยิบจนเมตรสุดท้าย รับรองเลยว่าไม่มองป้ายก็วิ่งถูกทางแล้วกัน

ระหว่างทางไปชิราคาวาโกะ

ในเส้นทางไป ชิราคาวาโกะจากโอซาก้า นั้นคุณจะผ่านทั้ง เกียวโต (Kyoto), ไมบาระ, (Maibara), นาโกย่า, กิฟุ (Gifu) ไปจนถึงชิราคาวาโกะ ซึ่งมีทั้งถนนกลางแจ้งและลอดอุโมงค์ที่ตัดผ่านภูเขาเป็นช่วง ๆ โดยระหว่างทางในช่วงฤดูหนาวอย่างนี้คุณก็จะได้ตื่นเต้นกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ระหว่างทางที่ค่อย ๆ ถูกกลืนกินด้วยสีขาวของหิมะอย่างช้า ๆ ชนขาวโพลนไปหมด

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

โดยจะเห็นทั้งวิวชนบท เมือง ป่าเขา ไปจนถึงหมู่บ้านสวยๆ ในหุบเขาที่เต็มไปด้วยหิมะ เรียกได้ว่าเป็นบรรยากาศที่คุ้มค่าเกินบรรยายจริงๆ ครับ แต่คนขับรถอย่างผมดูอะไรไม่ได้มาก อิจฉาคนนั่งเหลือเกิน แล้วพอยิ่งใกล้เขตที่มีหิมะตก สองข้างทางก็จะเต็มไปด้วยกองหิมะที่รถกวาดหิมะทิ้งเอาไว้เป็นแนว ถนนเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นเฉอะแฉะ หรือมีหิมะและน้ำแข็งเคลือบไว้ พอถึงเขตนี้ก็ต้องชะลอความเร็วลง โดยรักษาความเร็วให้อยู่ในระดับ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วคุณจะรู้สึกว่า การขับขี่ลุยถนนหิมะก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการขับบนถนนที่เปียกฝนเท่าไหร่นัก สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องระมัดระวัง จับพวงมาลัยให้แน่น รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้เพียงพอ และห้ามหักล้อหรือเบรกกะทันหันนะครับ

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

และที่ขาดไม่ได้เมื่อการขับรถในญี่ปุ่นนั่นก็คือการแวะจุดพักรถ ซึ่งทางด่วนญี่ปุ่นเขามีจุดพักรถเยอะมาก (กะคร่าวๆ แทบจะทุก 20 กิโลเมตร) ซึ่งแต่ละจุดก็มีขนาดน้อยใหญ่แตกต่างกันไป บางจุดมีห้างทั้งห้างมาตั้งในจุดพักรถเลยก็มี! เมื่อคุณหรือสมาชิกในรถอยากเข้าห้องน้ำก็จะพบกับจุดพักรถในไม่กี่อึดใจ จะรถน้ำมันหมด จะหิวขนมหรืออาหารกลางวันก็หายห่วง แล้วถ้าคุณอยากรู้ว่าจุดพักรถที่ใกล้ที่สุดต้องขับไปอีกกี่กิโลเมตร GPS ก็มีบอกด้วยนะ อีกเอกลักษณ์หนึ่งของจุดพักรถญี่ปุ่นคือมันมักจะมีของอร่อยหลบซ่อนอยู่ ลองหาดู ผมพบแล้ว!

เมื่อถึงชิราคาวาโกะ

เมื่อใกล้ถึงจุดหมายแล้วคุณจะพบกับทางออกจากด่วนที่มีป้ายเขียนอย่างชัดเจนว่า “Shirakawago” หลังจากนั้นต้องขับรถลงเขาและผ่านเขตเมืองเล็กๆ ก่อนจึงจะถึงที่หมาย โดยที่ชิราคาวาโกะนั้นมีลานจอดรถที่ค่อนข้างกว้างขวาง โดยให้มองหาป้ายตัว P เอาไว้ ซึ่งเป็นลานจอดรถสาธารณะที่คิดค่าใช้จ่าย 1,000 เยน (ระหว่างทางอาจมีคนกวักให้จอดรถฟรีโดยแลกกับการกินอาหารหรือซื้อของที่ร้าน)

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

เมื่อจอดรถเสร็จคุณก็จะพบกับสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำที่มีชื่อเสียงของหมู่บ้าน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของชิราคาวาโกะเช่นเดียวกับตัวหมู่บ้าน ซึ่งในช่วงหน้าหนาวที่นี่ก็จะขาวโพลนไปหมด คุณจึงได้ถ่ายรูปสวยๆ ก่อนเดินตรงเข้าชมบ้านต่าง ๆ ที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ จากนั้นก็แค่เดินเล่นชิลๆ แล้วหามุมเล่นหิมะให้สาแก่ใจ เพียงเท่านี้ก็ฟินสุด ๆ แล้วครับ

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

การขับรถในทริปนี้ผมถึงชิราคาวาโกะกันประมาณ 11 โมง เดินเล่นกันสักพักก็หิวพอดี แต่เพราะวันนี้อาจเป็นวันธรรมดานักท่องเที่ยวก็เลยไม่มาก ทำให้ร้านค้าพลอยไม่เปิดไปด้วย พวกผมเดินกันหิวท้องบิดอยู่พักใหญ่ เพราะไปทางไหนร้านก็ปิด จนกระทั่งแอบไปเห็นร้านหนึ่งที่มีรถบัสจอดขวางหน้าร้านอยู่ ปรากฏว่าเป็นร้านอาหารที่คนกำลังเต็มร้าน และโชคดีที่มีที่นั่งว่างพอดีเลย ผมจึงได้กินสิ่งนี้ครับ

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

นี่เป็นอาหารชุดที่น่าจะเป็นไฮไลท์ของทางร้านครับ และขอสภาพว่าผมไม่รู้ว่ามันมีชื่อเรียกว่าอะไร แต่สิ่งที่เห็นคือจานหลักซึ่งเป็นเนื้อวัวบนใบไม้แห้ง เสิร์ฟพร้อมเห็ด ถั่วงอก เต้าหู้ และซอสเต้าเจี้ยวบนหม้อไฟ ซึ่งต้องปิดฝารอให้เนื้อสุกประมาณ 2-3 นาที โดยนอกจากหม้อไฟก็มีปลาต้มหวาน ผักดอง และสาหร่าย ส่วนรสชาตินั้นก็อร่อยดีครับ มีความเค็ม ๆ หวาน ๆ ของเต้าเจี้ยว และที่สำคัญเนื้อนั้นหอมและนุ่มมากเลยทีเดียว ร้านนี้ชื่อ Hakusuien อยู่ทางตอนเหนือของเขตหมู่บ้าน ตรงข้ามกับปั้มน้ำมันท้องถิ่นครับ

ข้อควรระวังเมื่อขับรถลุยหิมะ

  • ต้องใช้ยางลุยหิมะเท่านั้น เพราะถนนข้างหน้าเราไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าถูกกวาดหิมะไปแล้ว หรือมีหิมะตกใหม่ หรือมีน้ำแข็งเคลือบอยู่บนผิวถนนหรือไม่ ยางลุยหิมะจะยึดเกาะได้ดีกว่าและลดอาการลื่นไถลได้ และยางลุยหิมะสามารถให้ศูนย์เช่ารถติดตั้งไว้แต่แรกเพื่อวิ่งกับถนนปกติได้เลย
  • ไม่ควรเร่งแซงหรือเปลี่ยนเลนกะทันหันในช่วงถนนที่มีหิมะ เนื่องจากถนนอยู่ในสภาพที่ควบคุมรถได้ยาก การขับขี่ที่อันตรายนอกจากจะมีความเสี่ยงกับคุณแล้วยังมีความเสี่ยงกับผู้ใช้รถคันอื่นด้วย โดยบางช่วงของทางด่วนเส้นทางชิราคาวาโกะอาจถูกบีบเหลือเลนเดียว และมีถนน 2 เลนให้เร่งแซงในระยะสั้น ๆ เท่านั้น

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

  • ควรใช้เกียร์ B เมื่อลงเขา ซึ่งจะมีอยู่ช่วงหนึ่งก่อนถึงหมู่บ้านชิราคาวาโกะที่เป็นทางคดเคี้ยวและลาดลงจากภูเขา ในช่วงนี้ให้เข้าเกียร์ B (สำหรับรถ Hybrid) เพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยชะลอรถแทนการแตะเบรกเพียงอย่างเดียว
  • ควรเปิดฮีตเตอร์ไล่ฝาใต้กระจกหน้า เนื่องจากการขับรถลุยหิมะนั้นค่อนข้างเลอะเทอะเหมือนกับรถลุยฝน แต่ที่ปัดน้ำฝนจะใช้การไม่ได้ถ้าหยดน้ำหรือรอยเปื้อนแข็งตัว จึงควรเปิดไล่ฝ้าให้กระจกอุ่นก่อนฉีดปัดน้ำฝนทำความสะอาด
  • ควรเตรียมแว่นกันแดด เพราะเส้นทางในช่วงเช้า (ขาไป) กับช่วงเย็น (ขากลับ) จะมีบางช่วงที่แสงอาทิตย์แยงตา และยิ่งสะท้อนกับหิมะก็จะยิ่งสว่างจ้าไปหมด และม่านบังแสงในรถอาจบดบังได้ไม่เพียงพอ
  • เปิดไฟอัตโนมัติไว้เสมอ เนื่องจากการขับขี่ไปชิราคาวาโกะนั้นต้องเข้าออกจากอุโมงค์บ่อย และตามกฎหมายของญี่ปุ่นต้องเปิดไฟหน้าเมื่อลอดอุโมงค์ ดังนั้นหากรถมีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติให้เปิดไว้เลย

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

เมื่อต้องคืนรถเช่า

คุณสามารถส่งรถก่อนเวลาที่นัดไว้ได้ แต่ไม่ควรช้ากว่าเวลาที่นัดไว้ และต้องไม่เกินระยะเวลาเช่า ซึ่งถ้าหากเกินเวลาคุณอาจโดนปรับหรือจ่ายค่าเช่าเพิ่มเป็นรายชั่วโมง และทั้งนี้คุณไม่จำเป็นต้องรับ-ส่งรถในที่เดียวกัน อย่างในกรณีของผมนั้นผมเลือกส่งรถที่สถานีโอซาก้า เพื่อนั่งรถไฟกลับที่พักได้สะดวก แต่อย่าลืม! ไม่ว่าจะไปคืนรถที่ไหนก็ต้องเติมน้ำมันคืนให้เต็มถังก่อนนะครับ หากลืมอาจเจอค่าน้ำมันในอัตราที่สูงกว่าเติมเองที่ปั้มไม่รู้ด้วยนะ แล้วทางที่ดี ควรมองหาศูนย์เช่ารถที่อยู่ใกล้กับโรงแรมที่พักหรือสถานีรถไฟมากที่สุด เพราะขับรถมาเหนื่อยแล้ว ก็ควรได้กลับไปพักผ่อนเร็วๆ นะ

ขับรถเที่ยวชิราคาวาโกะจากโอซาก้า

และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวการขับรถเช่าจากโอซาก้าไป-กลับชิราคาวาโกะในเวลาเพียง 1 วันของผม แม้จะเหนื่อยกับการขับรถแต่ความสุขและความน่าตื่นตาที่ได้รับเมื่อไปถึงจุดหมายแล้วมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มครับ และเป็นโชคดีที่ผมเดินทางไปก่อนช่วงอุณหภูมิในญี่ปุ่นจะลดฮวบ และมีพายุหิมะซึ่งอาจทำให้การเดินทางยากลำบากกว่านี้ แต่นี่! เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทริปเที่ยวเขตคันไซสุดประหยัดของผม ติดตามต่อกันได้เลยที่ “แบ็คแพ็คเที่ยวโอซาก้า-เกียวโต-โกเบ-ฮิเมจิ-ชิราคาวาโกะ จบครบแค่ 3 หมื่น!” แล้วตีตั๋วบินไปโอซาก้ากันเลย!

ที่พักโอซาก้า


ข้อมูลจาก : skyscanner

ดูบทความท่องเที่ยวอื่น ๆ
ดูบทความท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เขียนโดย คนเดินทาง
ดูบทความท่องเที่ยวอื่น ๆ ในหัวข้อ เที่ยวทั่วโลก