| อัมพวา พิพิธภัณฑ์เมื่อวันก่อน |
|
|
| Written by nomad™ |
| Wednesday, 09 December 2009 12:24 |
|
nomad™ กลับ มาอีกแล้ว ครั้งนี้นำำเอาทริปดอง 2 ปีที่แล้วครับ ได้พาคุณแม่และป้าๆไปเที่ยวอัมพวากัน ซึ่งในตอนนั้นขึ้นชื่อเรื่อง บ้านเมือง ของชาวบ้านริมคลอง บวกกับวิถีชีวิตของ คนแถบนั้น และ ไฮไลท์ก็น่าจะเป็น หิ่งห้อย ต้นลำพู ครับ โดยการเดินทางนั้น เริ่ม ต้นด้วยเช้าวันศุกร์ หลังจาก ลางาน 1 วันเพื่อที่จะไปเป็น คนเดินทาง เพื่อน คุณแม่ และ ป้าๆ หลานๆ พี่ๆ เหล่า เพื่อนที่โรงเรียน ที่คุณแม่สอนอยู่ครับ ปัญหาทั่วไปในการเดินทางไม่มีหลอกครับ นัดเจอหน้า ม. ธรรมศาตร์ ศูนย์รังสิต แล้ว ก็ออก สมุทรสงคราม ไปเลยการเดินทาง ทางรถยนต์ หรือ รถตู้ครับ
ก็ ง่ายๆ ไป ตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ผ่านสี่แยกมหาชัย-นาเกลือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 63 จะมีทางแยกต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543หรือ หากจะไปด้วยรถประจำทางก็ นี่ครับบริษัท ขaนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม โดยมีรถจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.40-21.00 น. โทร. 0 2435 1199, 0 2435 5605 รถปรับอากาศ (ดำเนินทัวร์) โทร. 0 2435 5031 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th
ท่องจำไว้ครับ เมื่อถึงอัมพวาแล้ว ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ในช่วงเวลาเย็น ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้า ของอร่อยไม่น้อย นั่งชมหิงห้อยได้เพลินๆ
หลัง จากยืดเส้นยืดสายแล้วเราก็ไปเดิน ชม ความเป็นอยู่ของชาวบ้านละแวกนี้ ตามชมชน แต่ด้วยเวลาที่เรามาถึงก็บ่านแล้วจึงเก็บภาพมาน้อยครับเค้าไปค้าขายที่ตลาด น้ำหมดแล้ว ก็เลยเก็บภาพมาเท่าที่ได้ครับ
สถานที่ ที่ต่อมาที่เราจะไปชมคือ ร้าน "หัตถกรรมบ้านนกมะพร้าว" ที่ต้องข้ามคลองไปดูว่าเค้าทำยังไง เข้าไปเยี่ยมชมดูผมก็เลยได้ของ ฝากเล็กๆน้อยให้เพื่อนๆที่ออฟฟิศครับ
ช่วง เย็นเค้าปล่อยให้เดินเล่นตลาดครับ แต่ต้องกลับมาก่อน 19:50 น. เพราะจะมีเรือ ชมหิ่งห้อยมารับ ยามเย็นทางเรือนสบายเค้าจะจัดโต๊ะห้องนั่งเล่นห้อยขาลงน้ำกันได้ด้วย นังจิบกาแฟดูโทรทัศน์ พรุ่งนี้เค้าจะจัดทริปให้เราไปนั่งเรือชมวัดเก่าที่เป็น Unseen Thailand คือวัดบางกุ้ง ที่มีรากต้นโพธิ์ขึ้นหุ้มโบถ สวยงามมาก ต่อจากนั้นไปนั่งทานข้าวอยู่ริมคอลงอัมพวาชิมกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ เพราะที่อัมพวาเค้ามีกุ้งแม่น้ำที่ขึ้นชื่อมาก กลางดึกมี บริการที่เรือนสบายจัดให้ไปดูหิ่งห้อยครับ
ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา ทั้งนี้ต้องไปดูเองครับเรา ถ่ายรูปมาให้ไม่ได้ อิอิ นอก จากนี้ควร เลือกช่วงเวลาที่น้ำขึ้นมากเนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่อยู่ ใกล้ทะเลน้ำจะขึ้น-ลง อยู่ตลอดเวลา ในช่วงน้ำขึ้นเรือสามารถเข้าไปใกล้กับต้นลำพูซึ่งหิ่งห้อยเกาะอยู่ ทำให้สามารถเห็นแสงของหิ่งห้อยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ใคร ที่มีความต้องการจะนั่งเรือชมหิ่งห้อยประกายความงามยามค่ำคืน สามารถติดต่อเรือได้ ซึ่งทางชุมชนตลาดอัมพวาได้จัดบริการไว้ให้ที่ตลาดน้ำอัมพวา (ราคา 50-60 บาท/ท่าน) หรือ จะติดต่อกับที่พักหรือโฮมสเตย์ต่าง ๆ ในอัมพวาก็ได้ โดยเรือจะล่องไปตามลำน้ำแม่กลองหรือคลองย่อยต่าง ๆ ที่มีต้นลำพูริมฝั่ง ผ่าน คลองผีหลอก ออกแม่น้ำแม่กลอง เช้าอีกวัน ครับ ผมถูกปลุกมาในช่วงเวลา ตีห้ากว่าๆ เพื่อมาตักบาตร นี่เป็นโปรแกรม ของทริปครับ หลังจากตักบาตรผมเลยเดินเล่น ไปถ่ายรูปบรรยากาศตอนเช้าๆของที่นี่มาให้
กลับจากถ่ายรูปทั่วๆไปแล้วก็ได้เวลา ขึ้นเรือไปเยี่ยมชมวัดจุฬามณีครับ
วัด จุฬามณี เป็นวัดโบราณอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวา หลังวัดเป็นนิวาสสถานเดิม ของเด็จพระอมรินทรมาตย์ พระบรม ราชินีในรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ วัดนี้ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง ซึ่งเป็นต้นวงศ์ราชนิกุล บางช้าง เป็นผู้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
หลังจากนั้นเราก็ไปดู unseen thailand ครับ นั่งเรือไปดู โบสถ์วัดบางกุ้งครับ
สงสัย วันนี้ก็คงหมดเรื่องจะเขียนแล้วล่ะครับ เขียนมานานมาก ๆยังไง ก็ ถ้าหากว่าใครที่สนใจก็ไปเที่ยวกัน ได้ก็ดีครับ เสาร์ อาทิตย์ ไม่เปลืองเวลางาน สบายๆซิลๆ ซัก 1 คืนครับ ว่าแล้วก็ขอขอบคุณ ทุกท่านที่ติดตามเรื่องราวครับ
ข้อมูลที่พัก เรือนสบาย อัมพวา: -ห้อง บุหงา,ราตรี,ยี่โถ,ชงโค (แอร์-ทีวี) ราคาห้องละ 700 บาท พักได้ 2 ท่าน หากเกินเพิ่มท่านละ 200 บาท
Home Stay ของ ที่นี่ มีเยอะครับไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่พอ ที่พักมากมาย แต่ถ้าวันเสาร์ต้องแย่งๆ กันหน่อยล่ะ ไม่งั้นได้ออกไปนอน ห่าง ตลาดน้ำ หาของกินยากนะครับ แล้วจะ หิวเอา วิถีชีวิตที่เรียกว่า ไทยจริงๆของที่นี่ ยังดำเนินต่อไป บ้านริมคลองที่ดูคล้ายห้องแถวเหล่านี้เป็นของ ชัยพัฒนา ของ ในหลวงเราคับ เค้ามาปรับปรุงแล้วให้เจ้าของเก่าที่เคยอยู่ก็เช่าแวส่งค่าเช่าให้แก่นาย หลวงของเรา และ มีกฏให้คงความเป็นอยู่ เดิมๆไว้ ดังนั้นถ้ามาเดินแถวนี้ จะรู้ทันทีว่า เหมือนเรากำลังย้อนยุคไป...
เรือน สบาย เป็นบ้านโฮมสเตย์ ที่ติดกับตลาดน้ำอัมพวา ห่างจากตลาดน้ำเพียง 100 เมตร เดิน 2 นาทีก็ถึง บ้านหลังสีขาว-ชมพู เด่นสง่า มองมาแต่ไกลก็เห็นได้ชัดเจน
เรือนสบายเป็นบ้านหลังเก่า โดยคุณจักร เจ้า ของบ้านนำมาปรับปรุงใหม่ เพื่อทำเป็นที่พักให้แก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาดูวิถีชีวิตชาวบ้านริม คลองอัมพวา บ้านเรือนที่มีความเป็นมายาวนานนับร้อยปี ยินดีอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอเรื่องราวความเป็นวิถีชีวิตริมคลอง
หลัง จากยืดเส้นยืดสายแล้วเราก็ไปเดิน ชม ความเป็นอยู่ของชาวบ้านละแวกนี้ ตามชมชน แต่ด้วยเวลาที่เรามาถึงก็บ่านแล้วจึงเก็บภาพมาน้อยครับเค้าไปค้าขายที่ตลาด น้ำหมดแล้ว ก็เลยเก็บภาพมาเท่าที่ได้ครับ
สถานที่ ที่ต่อมาที่เราจะไปชมคือ ร้าน "หัตถกรรมบ้านนกมะพร้าว" ที่ต้องข้ามคลองไปดูว่าเค้าทำยังไง เข้าไปเยี่ยมชมดูผมก็เลยได้ของ ฝากเล็กๆน้อยให้เพื่อนๆที่ออฟฟิศครับ
ช่วง เย็นเค้าปล่อยให้เดินเล่นตลาดครับ แต่ต้องกลับมาก่อน 19:50 น. เพราะจะมีเรือ ชมหิ่งห้อยมารับ ยามเย็นทางเรือนสบายเค้าจะจัดโต๊ะห้องนั่งเล่นห้อยขาลงน้ำกันได้ด้วย นังจิบกาแฟดูโทรทัศน์ พรุ่งนี้เค้าจะจัดทริปให้เราไปนั่งเรือชมวัดเก่าที่เป็น Unseen Thailand คือวัดบางกุ้ง ที่มีรากต้นโพธิ์ขึ้นหุ้มโบถ สวยงามมาก ต่อจากนั้นไปนั่งทานข้าวอยู่ริมคอลงอัมพวาชิมกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ เพราะที่อัมพวาเค้ามีกุ้งแม่น้ำที่ขึ้นชื่อมาก กลางดึกมี บริการที่เรือนสบายจัดให้ไปดูหิ่งห้อยครับ ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา ทั้งนี้ต้องไปดูเองครับเรา ถ่ายรูปมาให้ไม่ได้ อิอิ นอก จากนี้ควร เลือกช่วงเวลาที่น้ำขึ้นมากเนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่อยู่ ใกล้ทะเลน้ำจะขึ้น-ลง อยู่ตลอดเวลา ในช่วงน้ำขึ้นเรือสามารถเข้าไปใกล้กับต้นลำพูซึ่งหิ่งห้อยเกาะอยู่ ทำให้สามารถเห็นแสงของหิ่งห้อยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ใคร ที่มีความต้องการจะนั่งเรือชมหิ่งห้อยประกายความงามยามค่ำคืน สามารถติดต่อเรือได้ ซึ่งทางชุมชนตลาดอัมพวาได้จัดบริการไว้ให้ที่ตลาดน้ำอัมพวา (ราคา 50-60 บาท/ท่าน) หรือ จะติดต่อกับที่พักหรือโฮมสเตย์ต่าง ๆ ในอัมพวาก็ได้ โดยเรือจะล่องไปตามลำน้ำแม่กลองหรือคลองย่อยต่าง ๆ ที่มีต้นลำพูริมฝั่ง ผ่าน คลองผีหลอก ออกแม่น้ำแม่กลอง เช้าอีกวัน ครับ ผมถูกปลุกมาในช่วงเวลา ตีห้ากว่าๆ เพื่อมาตักบาตร นี่เป็นโปรแกรม ของทริปครับ หลังจากตักบาตรผมเลยเดินเล่น ไปถ่ายรูปบรรยากาศตอนเช้าๆของที่นี่มาให้
กลับจากถ่ายรูปทั่วๆไปแล้วก็ได้เวลา ขึ้นเรือไปเยี่ยมชมวัดจุฬามณีครับ
วัด จุฬามณี เป็นวัดโบราณอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวา หลังวัดเป็นนิวาสสถานเดิม ของเด็จพระอมรินทรมาตย์ พระบรม ราชินีในรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ วัดนี้ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง ซึ่งเป็นต้นวงศ์ราชนิกุล บางช้าง เป็นผู้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
หลังจากนั้นเราก็ไปดู unseen thailand ครับ นั่งเรือไปดู โบสถ์วัดบางกุ้งครับ
สงสัย วันนี้ก็คงหมดเรื่องจะเขียนแล้วล่ะครับ เขียนมานานมาก ๆยังไง ก็ ถ้าหากว่าใครที่สนใจก็ไปเที่ยวกัน ได้ก็ดีครับ เสาร์ อาทิตย์ ไม่เปลืองเวลางาน สบายๆซิลๆ ซัก 1 คืนครับ ว่าแล้วก็ขอขอบคุณ ทุกท่านที่ติดตามเรื่องราวครับ
ข้อมูลที่พัก เรือนสบาย อัมพวา: -ห้อง บุหงา,ราตรี,ยี่โถ,ชงโค (แอร์-ทีวี) ราคาห้องละ 700 บาท พักได้ 2 ท่าน หากเกินเพิ่มท่านละ 200 บาท |
จองโรงแรมกับคนเดินทาง
เราเลือกใช้ระบบจองโรงแรมที่ใช้งานง่าย และมีความปลอดภัยสูงของ ido24 
โรงแรมและรีสอร์ทต่าง ๆ มากกว่า 2,500 แห่ง
ระบบการจองที่ใช้งานง่าย
มีระบบความปลอดภัย ที่เชื่อถือได้
ข้อมูลมีความทันสมัย และอัพเดตโปรโมชั่นสม่ำเสมอ
หน้าแรก
บันทึกคนเดินทาง
มหัศจรรย์เมืองไทย
สมาชิก
กระดานพูดคุย





















































