สูดอากาศเมืองไกล ไปกับคนเดินทาง
"ทองผาภูมิ" ดินแดนแห่งป่าฝนหนาว และม่านหมอก
- รายละเอียด
- หมวด: สูดอากาศเมืองไกล
- สร้างเมื่อ วันอังคาร, ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ๒๑:๔๕
- เขียนโดย burnboy
ถึงแม้จะเช้าไก่โห่ซะขนาดนี้ที่หมอชิตก็ยังมีคนมากมายที่รอรถกัน รถที่เรานั่งเป็นของ บขส. 999 จากกรุงเทพถึงทองผาภูมิเลยครับ เป็นจำนวน 227 บาท ต่อคนซื้อตั๋วได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วหมายเลข 21 ชั้นล่างสุดของหมอชิต

หลังจากรถออกก็ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 3 ชม. พวกเราก็มาถึงท่ารถที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นจุดพักรถที่พวกเราสามารถหาอะไรกินและเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวนั่งรถ ต่อไปที่ทองผาภูมิ รถจะจอดที่นี่ประมาณ 20 นาทีเพื่อรับคนจากที่นี่ไปด้วย เพราะคนจากหมอชิตเองก็ลงที่นี่ค่อนข้างเยอะครับ


ออกจากกาญจนบุรีไม่เกิน 2 ชั่วโมง รถจะแวะที่ไทรโยคน้อยเพื่อให้เราได้รับประทานอาหารช่วงเช้ากันครับ ซึ่งพนักงานประจำรถจะมาถามก่อนจะเราจะกินอะไร พอไปถึงก็จะได้กินทันทีไม่ต้องรอนาน ซึ่งวันที่เราไปก็จะมีข้าวผัด กับผัดกระเพราะให้กินกันครับ สำหรับค่าอาหารนั้นจะรวมไว้กับค่าตั๋วเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ตรวจตั๋วจะถามพวกเราว่าจะรับประทานอะไรกันดี (พวกเราทานกระเพราหมูสับโลด สิ้นคิดจริงๆ - -)

นั่งรถมาสักพัก พวกเราก็มาถึงตลาดทองผาภูมิในเวลา 10.00 น. พอมาถึงที่นี้ก็จะมีรถไปที่อุทยานทองผาภูมิ ซึ่งรถจะมีรอบเดียวช่วงเวลา 10.30 น. (นี้แหละที่พวกผมต้องจองตั๋วกันตอนตี 5 ไม่งั้นไม่ทันคันนี้ - - ") รถที่ให้บริการจะเป็นรถสองแถวสีเหลือง ๆ (ดูดี ๆ นะครับ เลือกคันที่ไปบ้านอีต่อง)
ค่ารถเดินทางไปอุทยานทองผาภูมิคนละ 70 บาท ซึ่งการเดินทางไปอุทยานทองผาภูมิต้องใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. ซึ่งค่อนข้างไกลพอสมควรเลย และทางขึ้นอุทยานมีโค้งจำนวนมาก เพื่อนๆคนไหนที่เมารถ ให้เตรียมยาดมกันได้เลยครับ (น้องๆขึ้นปายกันเลยครับ ^ ^ ) ยิ่งไปช่วงหน้าฝน หรือปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ขอแนะนำให้มีแว่น กันลมแล้วก็เสื้อแขนยาวใส่ไปด้วยนะ เพราะระหว่างทางอากาศค่อนข้างหนาวเลยล่ะ

โย่วววว..... แล้วในที่สุดพวกเราก็มาถึง หลังจากนั่งมึนกับโค้งที่เยอะมาก เรามาถึงกันช่วงเวลา เที่ยงกว่าเกือบบ่ายโมง เมื่อเรามาถึงก็ค่อนข้างจะตกใจ ไม่คิดว่าจะเงียบขนาดนี้ เดินหานักท่องเที่ยวตอนนั้นไม่มีใครเลยอ่ะ *0*


แล้วเมื่อพวกเรามาถึงอุทยานก็เข้าชำระค่าที่พัก อุทยานที่นี้จองล่วงหน้าแต่ไม่เก็บเงินล่วงหน้าครับ สามารถนำมาชำระได้ตอนที่มาถึงอุทยานได้เลยครับ (เชื่อใจกันสุดๆ) พอถามเจ้าหน้าที่เรื่องนักท่องเที่ยวเค้าบอกมีเยอะ แต่ต้องรอเย็น ๆ (โล่งใจหน่อย นึกว่าจะมีแค่พวกเราซะแล้ว)

หน้าตาของบ้านพักที่เราอยู่ฝากชีวิตไว้ 3 วัน 2 คืน บ้านริมผา 3 ที่พักมีระเบียงยื่นออกไป สามารถนำอาหารเข้ามากินได้เลย ได้อารมณ์สุดๆ สถานที่พักโดยรวมดี สะอาด แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดให้ทุกวันเรียบร้อยดี แต่ที่นี่จะไม่มีไฟฟ้า ตลอดการเดินทางผมเองก็สังเกตุแล้วว่าแทบจะไม่มีเสาไฟฟ้าเลย เมื่อมาถึงที่นี่ เจ้าหน้าที่เองก็บอกว่าเค้าจะปั่นไฟให้ตั้งแต่ 18.30 ถึง 20.30 น. แต่ถ้าวันไหนที่นักท่องเที่ยวเยอะ ก็จะปั่นไฟให้ถึง 22.30น. (ขอแนะนำให้เตรียมแบตเตอรี่ สำรองไปด้วยนะ สำหรับโทรศัพท์มือถือ กล้อง)


ที่อุทยานจะมีร้านสวัสดิการ ก็พอมีขนม เครื่องดื่มน้ำอัดลมและก็เครื่องอาบน้ำต่างๆ แต่ไม่มีพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องจัดเตรียมขึ้นกันไปเอง (ไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นช่วงเทศกาลอาจจะมีจำหน่ายก็ได้ครับ)
อาหารที่อุทยานแนะนำเลยครับ ต้มยำปลาบึก ปลาแรดทอดกระเทียม รสชาติอร่อยมากกกกกกกก.... ครับ ขนาดไม่ค่อยมีคนแต่คุณภาพอาหารไม่ได้ลดหลั่นไปตามจำนวนคนเลย (เราฝากท้องกันที่นี่ทุกวัน)



พอท้องอิ่มพวกเราก็ลองสำรวจภายในอุทยานฯ ในที่พักอุทยานจะมีจุดชมวิวอยู่ 2 จุดครับ จุดแรกที่พวกเราไปกันคือจุดชมวิวเนินช้างเืผือก
บรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยหมอกสลับกับฝนตก เดี๋ยวแดดออกเล่นกันเป็นไข้กันไปเลย เพื่อนๆ ถ้าไปช่วงเวลานี้ก็ให้เตรียมตัวกันหน่อยนะครับ ควรสวมรองเท้าผ้าใบและมีเสื้อกันฝนหน่อยก็ดีครับ (ใส่รองเท้าแตะไป ผมเลยโดนทากดูดเลือดตั้งสองครั้งแหนะ T^T)

แล้วพวกเราก็เดินไปดูบ้านทาร์ซานครับ เสียดายที่ไม่สามารถจองได้ ช่วงที่พวกผมไปคนจองเต็มหมดเลย บ้านพักทุกหลังเลยครับ (ไหนบอกไม่มีคน - -") สำหรับบ้านทาร์ซานนั้นเป็น hi-light ของที่นี่เลย จะมีนักท่องเที่ยวจองเต็มตลอด แต่เจ้าหน้าที่บอกเราว่าบ้านที่สบายและสวยที่สุดจะเป็นบ้านริมผาครับ
ผมไปแค่บ้านหลังแรกครับ ไม่อยากเดินเข้าไปอีกเพราะฝนเริ่มตกและกลัวทากจะดูดอีก T^T พอตกเย็นก็ฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารของทางอุทยานครับ (ไปแบบไม่มีรถนิ)



พอถึงเช้าอีกวัน พวกเราก็รีบตื่นกันเพื่อจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์จะขึ้นอีกที่นึง คือจุดชมวิวเนินกูดดอยครับ ผู้คนคับคั่ง มารอดูพระอาทิตย์ขึ้น เป็นภาพที่สวยงามมากครับ

พอตกสายๆ พวกเราก็เริ่มหาอะไรใส่ท้อง ก็พึ่งร้านอาหารของที่อุทยานอีกละครับ แหะๆ ไมได้นำของอะไรขึ้นไปกันเลย เมื่อช่วงสายเราจึงได้ขอเช่ารถมอเตอร์ไซด์ที่อุทยานครับ ในราคาคันละ 150 บาทต่อคัน ซึ่งจริงๆ แล้วทางอุทยานฯไม่มีนโยบายให้เช่ารถมอเตอร์ไซด์ พอดีพวกเราไปช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลเท่าไหร่ แล้วก็ไปแบบไม่มีรถด้วย ทางเจ้าหน้าที่เลยใจดี หารถมอเตอร์ไซด์มาให้พวกเราขับเที่ยวแถวนั้นครับ
ที่แรกที่เราไปกันเลย ขับขึ้นไปอีกจากอุทยานฯ เราจะถึงไปถึงหมู่บ้านอีต่องครับ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อากาศดี ภายในหมู่บ้านจะไม่ค่อยมีร้านอาหารครับ ถ้าเพื่อนๆจะหาร้านอาหารต้องขับรถขึ้นไปอีกครับ


พวกเราได้ขับรถผ่านหมู่บ้านอีต่อง เข้าสู่หมู่บ้าน 399 โค้ง ซึ่งที่นี้จะมีจุดชมวิว คือเนินเสาธง และ ช่องทองมิตรภาพ ไทย-พม่าครับ

ก่อนที่พวกเราจะไปที่จุดชมวิว เราก็แวะทานอาหารกันที่ร้านน้องหน่อยครับ ถ้าเพื่อนๆที่ไปที่นี้จะต้องรู้จักร้านนี้แน่นอนอาหารแต่ละอย่างก็อร่อยมั่ก ๆ

อาหารที่ง่ายๆ แต่อร่อยโคด ๆ ภายในร้านน้องหน่อยจะมีรูปผู้คนที่มาแวะทานอาหาร และพิชิตเขาช้างเผือกกันครับ ซึ่งก่อนที่ทุกคนจะขึ้นจะมาพักที่หมู่บ้านนี้แล้วเตรียมตัวก่อนขึ้นเขาช้างเผือกกัน ร้านอาหารน้องหน่อยจึงเป็นที่รู้จักมากมายครับ (แต่ผมว่ารสชาติอาหารของเค้าอร่อยจริงๆครับ แนะนำร้านนี้เลยถ้าเพื่อนๆมาที่นี้)


หลังจากท้องอิ่มกันแล้วพวกเราก็ไปจุดชมวิวช่องทางมิตรภาพ ไทย-พม่า เมื่อเรามาถึง จะมีเจ้าหน้าที่บอกว่า อย่าเดินไปถึงฝั่งพม่านะครับ เพราะเค้าเองก็ดูแลได้ไม่ทั่วถึง (มีปัญหาอะไรก็ไมทราบเหมือนกัน แต่ไม่เดินไปหรอก ไกลอะ - -" ฝนก็ตก) สำหรับช่องมิตรภาพ ไทย-พม่า ถ้าเรานั่งสักพักก็จะเห็นทหารพม่า เดินไปเดินมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติของที่นี่

หลังจากนั้นพวกเราก็มาที่จุดชมวิวเนินเสาธง ถึงตอนนี้ฝนก็เริ่มตกและมีหมอกมากครับ รูปก็เลยไม่เยอะเราต้องรีบหลบฝนกันก่อน
จุดท่องเที่ยวบริเวณอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิที่จริงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่เนื่องจากว่าเราไม่ได้เอารถไปเลยทำให้ไปได้เพียงแค่นี้ ส่วนที่อื่น ๆ ไม่ว่าเหมืองสมศักดิ์ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น หรือที่อื่นๆ ในระแวก นั้น จำเป็นจะต้องใช้รถ 4WD ไปเท่านั้น ซึ่งแนะนำเพื่อนๆ ว่าถ้าจะไปเที่ยวที่ทองผาภูมิต้องมีรถ 4WD ถึงจะสามารถเที่ยวได้ครบทุกสถานที่ครับ
จากที่พวกเราไปกัน ก็เป็นลักษณะ 3 วัน 2 คืน ไปแบบนั่งรถกันไปเอง ค่าใช้จ่ายตลอดทริปตกอยู่คนละประมาณ 2,000 บาท (กินกันเปรมทุกมื้อครับ ขอบอก ผมว่าถูกมาก ๆ ) ลองไปกันดูครับ เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้
ข้อมูลทั่วไปของ "อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ"
(ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=104&lg=1)
ประวัติความเป็นมา พืชพรรณ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอยู่ในเขตป่า สงวนแห่งชาติป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือก ในเขตท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่ง ชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 700,000 ไร่ หรือ 1,120 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อดังนี้ ทิศเหนือจดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ทิศใต้จดอุทยานแห่งชาติไทรโยค ทิศตะวันออกจดอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ทิศตะวันตกจดเขตแดนไทย-พม่า ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้
แหล่งท่องเที่ยว บนอุทยานแห่งชาติทองผาภูิมิ
- น้ำตกจ๊อกกระดิ่น เป็นน้ำตกชั้นเดียวอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 5 กิโลเมตร มีความสูงประมาณ 30 เมตร น้ำหลตลอดทั้งปี หน้าน้ำตกจะมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่เหมาะกับการลงเล่นน้ำ การเดินทางเข้าไปหน้าฝนควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่วนในฤดูกาลอื่นสามารถเดินทางด้วยรถเกือบทุกชนิดได้ บริเวณน้ำตกแห่งนี้จะมีลานกางเต๊นท์ แต่ควรติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง
- น้ำตกจ๊อกกระดิ่นใหญ่ เป็นน้ำตกชั้นเดียวเช่นกัน มีความสูงประมาณ 25 เมตร มีลักษณะเป็นสายน้ำที่ไหลจากหน้าผาลงสู่แอ่งน้ำกว้าง การไปเยือนต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตรจากน้ำตกจ๊อกกระดิ่น
- เนินกูดดอย-เนินช้างเผือก หากจะกล่าวถึงลานกางเต๊นท์ที่สวยงามที่นี่คงไม่เป็นสองรองใคร ด้วยบริเวณจุดกางเต๊นท์ยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามรวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งจุดดังกล่าวสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ของเขื่อนวชิราลงกรณ์ได้กว้างไกล และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ในยามเช้าได้สวยงามอีกจุดหนึ่งด้วย
- ต้นไม้ยักษ์ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าที่หนาทึบ เป็นต้นขมิ้นดำขนาดประมาณ 12 คนโอบหรือมีเส้นรอบวง 13.90 เมตร สำหรับต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่บ่งบอกถึงสภาพป่าบริเวณนั้นว่าเป็นป่าดิบชื้น อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ ที่ ทภ. 2 (ไม้ยักษ์) ต. ห้วยเขย่ง อ. ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ประมาณ 2 กิโลเมตร
แหล่งท่องเที่ยว ใกล้เคียง
- เนินเสาธง จุดเชื่อมต่อกันของเขตแดน สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทั้งสองประเทศได้สวยงาม โดยตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 8 กิโลเมตร
- พระบรมสารีริกธาติวัดอีต่อง อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ผ่านประเทศพม่า ในยุคเฟื่องฟูของเหมืองแร่ เดิมมีความกว้างประมาณ 2 เมตร ต่อมาสร้างเจดีย์ครอบองค์พระบรมสารีริกธาตุอีกหนึ่งชั้น เมื่อปี พ.ศ. 2550
- เนินช้างศึก หรือเขาสูง จุทยุทธศาสตร์ที่ดีจุดหนึ่งของชายแดน เป็นที่ตั้งของฐานตชด. สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของฝั่งไทยและฝั่งพม่า ในช่วงทีทัศนวิสัยดีสามารถมองเห็นทะเลอันดามัน ฝั่งประเทศพม่าได้ อยู่แยกซ้ายมือก่อนถึงหมู่บ้านอีต่องประมาณ 500 เมตร
- อุโมงค์เหมืองแร่ ร่องรองการทำเหมืองแร่ในอดีตตั้งแต่ปีพ.ศ. 2482 ที่สามารถเข้าชมอุโมงค์เหมือนแร่ได้ที่ใต้เขาสูง (เนินช้างศึก)
- ดอยต่องปะแล เนินเขาเตี้ย ๆ ตั้งอยู่หลังที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 1,200 เมตร คือยอดสูงสุดของเนิน ณ ตรงนั้น คือจุดชมวิว "ดอยต่องปะแล" เพื่อชมบรรยากาศแห่งขุดเขาและทิวทัศน์ "บ้านอีต่อง" หมู่บ้านชายแดนที่มีประวัติน่าสนใจในเรื่องราวของการทำเหมืองแร่ จากจุดเดียวกันสามารถมองเห็นเขาช้างเผื่อซึ่งเป็นจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้อย่างชัดเจนอยู่ทางขวามือ และตรงหุบเบื้องล่างจะแว่วเสียงของสายน้ำตกจ๊อกกระดิ่นดังมาเป็นระยะ ยามเย็นชมพระอาทิตย์ตกลับทิวเขาในเขตประเทศพม่า ที่ตรงนี้เปรียบได้ดั่งสถานที่ชมแดงสุดท้ายของวันในสยาม
- บึงน้ำทิพย์ อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่น่าสนใจยิ่งของอุทยานฯ ลักษณะเป็นบึงกว้างคล้ายปล่อยภูเขาไฟ น้ำมีความลึกมากจนมองเห็นเป็นสีเขียวกินเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ท่ามกลางสภาพป่าที่สมบูรณ์เหมาะกับผู้ที่สนใจรักการศึกษาธรรมชาติด้วย ต้องอาศัยการเดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ทภ.2 (ต้นไม้ยักษ์) ไปประมาณ 4 กิโลเมตร
- น้ำตกเจ็ดมิตร ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 25 กิโลเมตร โดยสามารถเดินทางเข้าไปได้เฉพาะรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น เป็นน้ำตกที่ตกจากยอดเขาสูงลงมากระทบแผ่นผา มีทั้งหมด 3 ชั้น ความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละชั้น
- น้ำตกผาแป ตั้งอยู่ระหว่างเ้ส้นทางไปน้ำตกเจ็ดมิตรห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 12 กิโลเมตร ตามเส้นทางที่เข้าไปได้เฉพาะรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น โดยเป็นน้ำตกที่ไหลลงตามความลาดชันของหน้าผาตกลงกระทบโขดหินแตกกระเซ็นเป็นสายลงไปยังลำธารด้านล่าง
- เขาช้างเผือก จุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ณ ที่พิกัด 1,249 เมตรจากระดับน้ำทะเล คือเส้นทางเดินป่าระยะไกลที่กำลังเป็นที่กล่าวขานและได้รับความนิยมมากเส้นทางหนึ่ง ด้วยตลอดการเดินเท้า ตามสันเขาจะได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติเหนืออื่นใดปลายทางของการฟันฝ่าอุปสรรคสู่จุดสูงสุดของการเดินทางคือจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ได้รอบตัว
- เ้ส้นทางศึกษาธรรมชาติ นอกจากสถานทีท่องเที่ยวน่าสนใจเหล่านี้แล้ว ทางอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิยังได้จัดให้มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาิ้ติให้สัมผัส 3 เ้ส้นทางและเส้นทางเดินป่าระยะไกล 2 เส้นทางอัน ได้แก่ เส้นทางสู่น้ำตกจ๊อกกระดิ่นใหญ่ และเส้นทางพิชิตยอดเขาช้างเผือก โดยติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 081-382-0359
ที่ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ตู้ ปณ.18 อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี 71180
โทรศัพท์ 08 1382 0359 อีเมล
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
,
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
การเดินทาง
โดยรถยนต์
จากกรุงเทพมหานคร ถึงตัวเมืองกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 123 กิโลเมตร จากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 สายกาญจนบุรี-ทางผาภูมิ ถึงตลาดอำเภอทองผาภูมิ ระยะทางประมาณ 141 กิโลเมตร จากตัวอำเภอทางผาภูมิ ใช้เส้นทางหมายเลข 3272 สายทองผมภูมิ-บ้านไร่-ปิล๊อก ถึงสามแยกบ้านไร่เลี้ยวซ้าย ไปตามเส้นทางคนเคี้ยวบนเขา จนไปถึงอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซึ่งจะตั้งอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 24-25
โดยรถโดยสารประจำทาง
- จากสถานีขนส่งสายใต้ลงที่สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี และต่อรถประจำทางสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ลงที่ตลาดอำเภอทองผาภูมิ จากนั้นต่อรถสายประจำทางสายทองผาภูมิ-บ้านอีต่อง ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
- จากสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ ขึ้นรถประจำทาง บขส. 999 ซื้อตั๋วได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วหมายเลข 21 ชั้น 1 รถเที่ยวแรกออกตี 5 ราคาค่าโดยสาร 227 บาท ไปลงที่ทองผาภูมิ หลังจากนั้นต่อรถประจำทางไปอุทยานแห่งชาติ (เป็นรถสองแถวสีเหลือง) อีก 70 บาท (ควรจะขึ้นรถจากกรุงเทพฯคันแรก ตอนตี 5 ไม่งั้นจะไม่ทันรถประจำทางคันสุดท้าย)

สิ่งอำนวยความสะดวก
ที่จอดรถ
มีที่จอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
บริการอาหาร
มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว
ลานกางเต๊นท์
อุทยาน แห่งชาติจัดเตรียมเต็นท์และสถาน ที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้ กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
มีศูนย์ บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น.
สุขาชาย
มีห้องสุขาชายไว้บริการ
สุขาหญิง
มีห้องสุขาหญิงไว้บริการ
บ้านพัก-บริการ
ท่านสามารถจองที่พักได้ด้วยตนเองผ่านทางอินเตอร์เน็ต www.dnp.go.th ของกรมเท่านั้น (กรมไม่มีตัวแทนการจองที่พักกับภาคเอกชนรายใดทั้งสิ้น) จองล่วงหน้าได้ 60 วัน จองต่อเนื่องได้ครั้งละ 3 วัน กำหนดชำระเงินภายใน 2 วันทำการ ณ เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศเท่านั้น หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ทำการจองให้โดยโทรมาที่ 0 2562 0760 หรือติดต่อจุดจองที่พักในส่วนภูมิภาค
กรณีที่ชำระเงินกับทางธนาคาร กรมจะทราบข้อมูลการชำระเงินได้โดยออนไลน์กับทางธนาคาร ก็จะทราบว่ารายการจองใดได้ชำระเงินแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องโทรสารเอกสารแสดงการชำระเงินมาที่กรมอีก โปรดนำหลักฐานการจองและเอกสารการชำระเงิน เฉพาะบมจ.ธนาคารกรุงไทย เท่านั้น ไปยื่นแสดงในวันเข้าพัก และในกรณีที่ชำระเงินกับหน่วยงานในสังกัดกรม ให้้นำใบเสร็จรับเงินไปยื่นแสดงในวันเข้าพัก




