ห่มฟ้า-เก็บดาว ที่สวรรค์บ้านไร่ เชียงของ-เชียงราย
- รายละเอียด
- หมวด: สูดอากาศเมืองไกล
บันทึกของคุณจงเอามาแบ่งกันให้อ่าน สามารถเข้าไปอ่านต้นฉบับได้จากที่นี่ http://www.za-on.com/bluesky/index.php?postid=850
กลับ มาจากเชียงรายได้เกือบเดือนแล้ว เป็นอีกหนึ่งทริปที่สวยงามและสนุกสนานมากมาย การเดินทางครั้งใหม่กับสมาชิกหน้าเก่าบ้างใหม่บ้าง หลังจากเหิรฟ้าไปภูเก็ต เมื่อกลางเดือน ก.ย. 50 ที่ผ่านมา ก็เกิดอาการติดอกติดใจ จองตั๋วนกแอร์เหิรฟ้าขึ้นเหนือกันมั่ง
11 ม.ค.51 สองคนตายาย สลัดขี้ตาตื่นกันตั้งแต่ตี 4 (ทำไมเวลาตื่นไปทำงานไม่ขยันแบบนี้มั่งฟ่ะ หุหุ) ตรงดิ่งจากบ้านไปสนามบินดอนเมือง ให้ทันไฟล์เช้า 6.15 น.
ชื่นชมกับวิวสวยๆ สายหมอกจางๆ ฟ้าสีส้มๆ...กับทะเลภูเขาของน่านฟ้ายามเช้า เมืองเชียงใหม่
ถึง เชียงใหม่ประมาณ 7.20 น. เพื่อนโบกะเพื่อนกันต์มารอรับ แล้วพาไปกินข้าวต้มมื้อเช้าในตัวเมืองเชียงใหม่ แล้วสองเพื่อนก็ปล่อยให้เราขี่แมงกะไซค์ เที่ยวตะลอนดูวัดภายในเชียงใหม่รอไปก่อน เพราะติดธุระสำคัญ นัดเจอกันอีกทีตอนเที่ยง

วัดโลกโมฬี
ด้านหน้าทางเข้าพระอุโบสถ
ตุงสวยๆ ภายในอุโบสถ
วัดพันเต้า
ด้านหน้าอุโบสถตกแต่งงดงาม
ตุงหลากสี ห้อยอยู่ตามต้นโพธิ์ภายในวัด
ขี่ มอเตอร์ไซค์รอบๆ เมืองเชียงใหม่ ได้พักใหญ่ๆ ก็แวะไปกินกาแฟวาวี ร้านบรรยากาศดี นั่งชิวๆ สูดกลิ่นกาแฟหอมๆ ฝรั่งเยอะเหมือนกันนะเชียงใหม่เนี่ย นึกว่าอยู่แถวภูเก็ตซะอีก เวลาประมาณเที่ยงหน่อยๆ ได้เวลาเดินทางไปเชียงรายกันแล้ว
จาก เชียงใหม่ ไปเชียงราย พวกเราใช้เส้นทางดอยสะเก็ด เป็นเส้นทางลัดเลาะเขา และมีการก่อสร้างทางเป็นระยะ เล่นเอาปวดเศียรเวียนเกล้า ของที่กินมาเริ่มทยอยออกคืนไปหลายตลบ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนเข้าเมืองเชียงรายประมาณ 13 กม. ก็แว้บเข้าไปถ่ายรูปที่วัดร่องขุ่นกันหน่อย
วัดร่องขุ่น สร้างศิลป์เพื่อแผ่นดิน โดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
อาจารย์ ปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้
วิจิตร
บรรจง
สถาปัตยกรรม อันทรงคุณค่า
ออก จากวัดร่องขุ่น แวะรับ ดช.เจ ที่สนามบินเชียงราย แล้วมุ่งหน้าไปทาง อ.เชียงแสน ขับรถเลียบริมโขงไป ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามา บรรยากาศออกแนวเปลี่ยวเหงา หมู่บ้านคนนานๆ จะมีให้เห็นเป็นระยะ แล้วข้างทางก็เต็มไปด้วยป่าอ้อย ป่ากล้วย แล้วเรื่องเล่า ผีดูดเลือด ผีดิบ ก็ได้เริ่มขึ้น...(จะเล่ากันทำไมเนี่ย มันน่ากลัวจริงๆ นะเฟ้ย)
เย้ๆๆๆ ถึงที่พักแล้ว ไร่แสงอรุณ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านผากูบ อ.เชียงของ จ.เชียงราย บ้านไร่ที่ทอดตัวอยู่บนพื้นราบเชิงเขาริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างชายแดนไทย-ลาว .....พวกเรามาถึงกันเกือบ 2 ทุ่ม ขอไปหาไรหม่ำๆ กันก่อน อากาศหนาว ๆ ลมพัดแผ่วๆ กินข้าวอิ่มกันแล้วก็มาเดินย่อยกันหน่อย เพระที่พักของเราตั้งอยู่บนเขาฝั่งนู้น ต้องเดินข้ามสะพานไม้ที่ทอดยาวเป็นกิโล ระหว่างทางมีคบไฟจุดไว้เป็นระยะๆ มองขึ้นไปเห็นแสงดาวส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ช่างเป็นการต้อนรับผู้มาเยือนที่น่าประทับใจจริงๆ นะเจ้าดาวดวงน้อย.... ขอบอกว่าบรรยากาศยามค่ำคืนที่นี่สุดแสนจะโรแมนติค มากๆ
กลางคืนนอนนับดาว ตื่นมายามเช้า..นอนดูทะเลหมอก
พระอาทิตย์เริ่มส่องแสง
ต้อนรับเช้าวันใหม่
ขุนเขา-สายหมอกทอดยาว โดยมีลำน้ำโขงอยู่เบื้องล่าง
"บ้านแสงอรุณ" บ้านที่พวกเราพัก ตั้งอยู่บนเนินเขา
สูดกลิ่นไอหมอก...ริมระเบียงบ้านพัก
หรือจะนั่งรับลมเย็น
หลัง จากตื่นมาสูดอากาศให้ชุ่มฉ่ำปอด และชิมอาหารตา-รับออเดิฟ ชุดใหญ่ทั้งขุนเขาและทะหมอกยามเช้ากันแล้ว ท้องเริ่มร้องขึ้นมาว่าถึงเวลาต้องไปกินข้าวกันแล้วนะจ๊ะ
ทางลงบันได จากบ้านพัก (ขาลงนี่ไม่เท่าไร แต่ตอนขึ้นนี่สิ บางคนถึงกับบอกว่า ช้านขอนอนพักในป่าไผ่แทนได้เป่า อ่อนจริงๆ)
ลงมาแล้ว ก็ยังต้องเดินกันต่อไป ตามทางเดินที่เป็นสะพานไม้...รายรอบไปด้วยท้องทุ่งนา ถ้ามาหน้าฝนก็จะได้เห็นท้องทุ่งเขียวๆ
ช่วงฤดูหนาวแบบนี้ก็ปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชคลุมดิน เช่นถั่วลิสงแทน
ลำธารภายในไร่
แปลงถั่วลิสง...และยังมีผลไม้ต่างๆ ปลูกไว้เป็นระยะตลอดทางเดิน
ส่วนนี้เป็นเค้าเตอร์ และห้องอาหาร..มีแปลงปลูกผักปลอดสารพิษอยู่ด้านหน้า
ถ้าชอบธรรมชาติ ก็เปลี่ยนมานั่งกินอาหาร ติดริมแม่น้ำโขง
อาหารเช้าริมโขง
นายแบบ(แบบไหน) มายืนแอ้บแบ๊วถ่ายรูปกับ แปลงสตอเบอรี่ (เข้ากันม้ากกก)
ดอกสตอเบอรี่ หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง
สดๆ แดงๆ แบบนี้มีให้กินตั้งแต่ช่วงปลายปี ถึงเดือน ก.พ.

นอกจากผักและผลไม้ หลากชนิดที่เห็นถ้าใครอยากเก็บลิ้นจี่จักรพรรดิ สดๆ จากต้น แนะนำให้มาช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.
อิ่มกันแล้ว ก็มานั่งคิดกันว่าวันนี้จะไปเที่ยวไหนกันดีน้อ ทีแรกว่าจะขึ้นดอยแม่สลอง แต่เนื่องจาก จะเที่ยงอยู่แล้วยังไม่ได้ขยับไปไหนกันเลย งั้นเที่ยวใกล้ๆ แถวนี้เอาละกัน

เริ่มจากแวะไปนมัสการพระธาตุผาเงา ที่ อ.เชียงแสน

มาแว้วว...แกงค์ฮา ฮ่าฮ่าฮ่า กับภาพริมกำแพงวัด (เข้าวัดไม่ได้มันร้อนนนน)
ขับรถเลาะริมโขงกันไปเรื่อยๆ ที่มองเห็นดอกจานแดงๆ เป็นทิวแถวนู้นคือฝั่งลาว บ้านพี่เมืองน้องเราเองเด้อ
สบรวก หรือ สามเหลี่ยมทองคำ เป็นรอยต่อระหว่างสามประเทศ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย-ประเทศไทย, แขวงบ่อแก้ว-ประเทศลาว และจังหวัดท่าขี้เหล็ก-ประเทศพม่า
ลักษณะเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมบรรจบกัน....โดยมีแม่น้ำโขงตัดผ่านชายแดนไทยและลาว
พระพุทธนวล้านตือ พระเชียงแสนสี่แผ่นประทับอยู่บนเรือแก้วกุศลธรรม

เผ่าไหนเป็นเผ่าไหน ดูกันเอาเอง..เด็กๆ นี่ ทำอะไรก็ดูน่าร้ากเนอะ *-*

ไร่ยาสูบ ระหว่างทางจากเชียงแสน กลับไปยังเชียงของ
คืนที่สอง พวกเรากลับมานอนกันที่ ไร่แสงอรุณกันอีก 1 คืน ชอบที่นี่มากมายจนต้องขอยกให้เป็นสวรรค์บ้านไร่เลย ทีเดียว การได้มาสัมผัสถึงชีวิตของการทำเกษตรที่เรียบง่าย แต่ดูมีมนต์เสน่ห์ กินผักสดๆ ปลอดสารพิษจากแปลง ที่หากินได้ยากเต็มทีในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมเมือง...ทุกอย่างล้วนได้รับ ออกแบบมาให้เข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ....ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ซึ่งมีทั้งบ้านพักบนเขา, บ้านริมสระบัว, บ้านที่อยู่ติดริมน้ำโขง หรือแม้กระทั่งห้องอาบน้ำที่เปิดโล่ง อาบน้ำไปก็แหงนหน้ามองดูดาวไป (สงสารดาวหว่ะ หุหุ) ...
เย็น นี้ ขอนั่งมองแสงสีส้มของดวงทิตย์ที่กำลังจะลาลับไป ตรงระเบียงดูดาว และคืนนี้ได้แต่หวังว่า ดวงดาวจะพราวแสงสวยเต็มท้องฟ้า ให้เราได้ไขว่ขว้า และได้ชื่นชมให้สมอารมณ์หมายอีกครั้งด้วยเท้อด




