ผจญภัย ทริปโหดที่อุทยานแห่งชาติ "ภูสอยดาว"

phusoidao-intro

เก่าเก็บมานานสำหรับทริปนี้ "ภูสอยดาว" แต่จะไม่เอามาพูดถึงเลยก็คงไม่ได้ เพราะน่าจะพูดได้เต็มปากว่า สุดโหดและทรหด มากที่สุดเท่าที่เคยเที่ยวมาเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ไม่ได้เดินทางแรมเดือนก็มานั่งเปิดรูปดูทริปเก่า ๆ ที่เคยได้เที่ยว ก็มาจ๊ะเอ๋กับอันนี้พอดี และเหมือนสวรรค์เป็นใจคราวนั้นได้ถ่ายทริปการเดินทางไว้ด้วย บันทึกคราวนี้ก็คงเป็นฉบับแรกที่ผมจะเอาคลิปบรรยากาศมาให้ดูกันครับ

{youtube width="550"}P2Ukxh1cJbo{/youtube}

วิดีโอคลิป จาก "ภูสอยดาว" ถ่ายมาไม่มากอ่ะ ฝนตกถ่ายได้ตอนไปถึงแล้ว - -

เจ้าภาพและตัวตั้งตัวตี ที่ทำให้ทริปนี้เกิดขึ้นมาให้ คงต้องยกความดีให้ "ไข่นุ้ย" เว็บมาสเตอร์เพื่อนบ้าน lovedesigner.net ที่แว่บมามีส่วนร่วมให้กับเว็บนี้บ่อย ๆ ซึ่งเราเดินทางกันโดยรถตู้ ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเราจะเข้าถึงตัวเมืองพิษณุโลกประมาณตี 3 หลังจากนั้นก็หลงกันอยู่สักพักนึง ไปถึงตลาดชาติตระการประมาณ 7 โมงเช้าเห็นจะได้ แล้วก็ได้แวะพัก เพื่อเตรียมเสบียงอาหารกันที่นี่แหละ

เดินทางต่อไปประมาณ 58 กิโลเมตร ก็ถึงที่หมาย "ภูสอยดาว" ซึ่งเมื่อเราได้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ก็ทักกลุ่มพวกเราว่า "โอ้โห พวกพี่เป็นกลุ่มแรกของปีนี้เลยนะเนี่ย อุทยานเพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 1 เอง" (เราไปวันที่ 6) ซึ่งพวกเราเองก็ได้ทราบว่า เืดือนที่แล้วก็ได้ีมีกลุ่มนักศึกษาได้มาติดต่อเพื่อขอขึ้นไปบนภูสอยดาว แต่ไม่ได้รับอนุญาติเนื่องจากอุทยานยังไม่เปิดทำการ และไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำการในจุดต่าง ๆ เกรงว่าจะมีอันตรายได้

ความคิดของผมที่ว่าเราจะได้ แบ่งปันหรือยืมอะไรๆจากกลุ่มอื่นๆก็เ็ป็นอันสลายไป จะมีเพียงเรากลุ่มเดียว "ไม่เป็นไรหรอก ดีแล้ว จะได้เห็นเวลาป่าเปิดใหม่ๆไม่มีคนไปกวนมัน" เจ้าหน้าที่อีกคนตะโกนมาจากด้านหลัง
หลังจากชั่งน้ำหนัก กระเป๋าทุกอย่าง ของทุกคน กิโลกรัมละ 15 บาทก็ปาไป 1,053 บาท คือพวกผมเป็นพวกรักสบายครับจะไม่แบกอะไรขึ้นไปเองแน่ๆแม้ว่าจะระยะทางใกล้กว่า ภูกระดึง ก็ตาม

มีลูกหาบแก่ ๆ คนนึงเดินมาบอกว่าให้พวกผมแบกอาหารขึ้นไปเพราะลูกหาบช่วงนี้ เค้าไม่ว่างไม่รู้จะ แบกขึ้นไปให้มั้ย? ให้แบกของจำเป็นขึ้นไปดีกว่า ผมคิดในใจ Oh shit!! ให้ตายสิ มีงี้ด้วยลูกหาบทำนาอยู่ ไม่มีเวลาแบกให้หรือถ้ามีก็ไม่แน่นอน เลยตัดสินใจ ชั่งใหม่แล้วตกลงกับทีมว่า โอเคผมแบกอาหาร,หม้อ, ของจำเป็นให้ ลองแบกดู 5 กิโล ก็โอเคท่องไว้ "ตรูยังหนุ่ม 25 เองไม่หนักหรอก" มีพี่ตั้น พี่ที่ไปด้วยอีกคนไม่ยอมจ่ายค่าลูกหาบ บอกว่าพี่แบกเองชิวๆ

และแล้วก็จบเรื่องลูกหาบโอเคเดินหน้ากันได้เราเดินเข้าไปในทางข้างน้ำตก เริ่มเป็นป่ามืด ยังไม่ทันจะไรเลยครับ ฝนก็โหมลงมา ที่ปลายสะพานก่อนถึง เนินแรกที่เรียกว่า เนินปราบเซียน

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ในระหว่างจุดต่างๆที่เดินผ่าน ก็ตากฝนตอดทั้งวัน เดินเข้าเขตป่ารกร้าง บางครั้งเปลียนเวณกันเดินนำ อาการกลัวก็มีนะ แต่ทำไงได้ บางทีเราต้องนำครับ ก็เอาเป็นว่าเป้นการเดินทางที่สุดๆแล้วกันผมจะเอารูปมาให้ดูระหว่างเดินทาง นะครับดูๆไปจนกว่าจะถึงเนินสุดท้าย ที่เรียกว่า เนินมรณะ

และแล้วก็ขึ้นมาถึงเนินสุดท้าย เนินมรณะ ไม่สามารถถ่ายรูปมาได้เพราะ อากาศที่รุนแรง ฝน และหมอกพร้อมใจกัน โปรย และผมก็เริ่มหนาวสั่น อีกทั้งทางขึ้นนั้น ชันมากต้องเกาะเกี่ยวปีนขึ้นไป น้ำที่ไหลลงมาตามทางที่ปีนก็ทำให้ลื่น และที่แน่ๆ หากพลาดเป็นอันจบครับออกนอกทางที่เป็นช่องที่เจ้าหน้าที่ทำไว้เมื่อไหร่ ตกภูตายแน่ๆ พี่ตั้น ที่แบกกระเป๋ามาแกเริ่มหมดแรงครับผมเลยต้องนั่งรอแก ถือว่าหยุดพักด้วยเพราะผมก็แบกของเหมือนกันแต่อากาศที่หนาวเหน็บทำให้ผมไม่ สามารถรอนานๆได้ ปอดจะบวมเอา เลยต้องให้กำลังใจพยุงพี่แกขึ้นๆปีนๆ เกาะๆคลานๆจนถึงยอดภู

วิวข้างบนลานสนสวยงามมากครับ เป็นอะไรที่อธิบายไม่ถูก หมอกที่ลงหนาปนฝนโปรยเป็นระยะ เปียกชุ่ม ไม่ใช่เปียกโชก ครับ เดินดูดอกหงอนนาค ตามทางสวยจริงๆ ทัศนียภาพช่าง สวยงามเหมือนสวรรค์ครับ ไม่ได้เวอร์นะครับต้องขึ้นมาดูเอง แสงเงาในกล้องมันช่วยไม่ได้หรอกครับ ต้องเห็นด้วยตาตัวเอง

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

เมื่อมาถึงที่ทำการอุทยาน ครับก็ได้พบเจ้าหน้าที่ 2 ท่านให้การดูแล พี่เเจ้าหน้าที่เค้าบอกว่า ไม่ต้องกางเต็นท์หรอก มานอนในบ้านพักของเจ้าหน้าที่แหละ หมอกฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดก็เลยเข้าไปจัดเก็บข้าวของทำตัวให้อุ่น อีก 1 ชม.ต่อมาพี่เจ้าหน้าที่ก็บอกว่ามีน้องๆจากมหวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาเป็นคณะ ที่ 2 อีก 10 คน น้องเค้าใช้เวลาเดินเร็วกว่าพวกเราครับ พวกเราเดิน 10 โมงถึง 4 โมงครึ่ง น้องเค้า เดินบ่าย 2 โมงถึง ห้าโมงเย็น บรึ๋ย~ แปลว่าเราแก่เหรอเนี่ย?

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ดอกหงอนนาค สัญลักษณ์ของภูสอยดาวหาดูได้ทั่วไปบนนั้นครับ (จะบานเยอะที่สุดช่วงหน้าฝน)

Phusoidao-24

นี่ก็ดอกหงอนนาค

ซักพักก้มีลูกหาบหอบ เสื้อผ้าและสัมภาระของเพื่อนๆเราขึ้นมาครับ เดินกันเร็วมากๆ น้องลูกหาบมากินข้าวแป๊ปนึง ก็ขอเทียนไข 1 เล่มเดินลงภูยามกลางคืน(อุ๊บ๊ะไม่กลัวเหรอว่ะเนี่ย)

และแล้วก็ถึงเวลาพักผ่อนครับ คืนแรกที่เรามาถึง พี่เจ้าหน้าที่มาบอกตอนเช้าว่า เมื่อคืนฟ้าเปิด ดาวสวยมากๆ แต่พวกเราไม่ตื่นซักคนเลยก็แน่นอนไม่ใช่ แรมโบ้ นะครับจะให้อึดขนาดนั้นเหอๆ
เช้าต่อมาก็ไม่มีอะไรมากครับผมก็ใช้เวลาบนภูอย่าง ไร้สาระ และมีสาระกันเต็มที่

ช่วงเที่ยงผมเผลอหลับไปนานมากๆ น้องๆ ม.เกษตรศาสตร์ ก็เดินไปดูน้ำตกกันแล้ว ผมตื่นมาเวลาบ่ายสามโมง ลงไปทำอาหารเย็นข้างล่าง และฟ้าเรื่มใสๆขึ้น เลยตัดสินใจไปดู หลักชายแดน ไทย ลาว ดีกว่า...เลยไปดูกัน

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

เป็นเรื่องแปลกมากนะครับ ที่เขตประเทศเราไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่พี่เจ้าหน้าที่บอกว่า สามารถเดินไปโทรศัพท์ด้านหลัง 300 เมตรซึ่งคือจุดเขตไทยลาวครับ แต่... เฮ้ย จุดโทรศัพท์มันอยู่เขตลาวนี่หว่า? พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าใช่เราไปใช้ service บริการของเขตลาวครับ

หมดไปอีก 1 วัน ในคืนนี้น้องๆ ม. เกษตรศาสตร์ได้ ร้องเพลง ป่าเขาของน้องเค้า ไพเราะปนเหงาๆ บางๆให้นอนฟัง และยิ่งทำให้ผม หลงรักภูสอยดาวมากขึ้น ผมตัดสินใจในคืนนั้น ผมจะกลับมาที่นี่อีกครั้งแน่นอน
และแล้ว เวลาเที่ยงคืนทุกสิ่งก็เงียบไป ป่าก็เงียบภูเขาก็เงียบ แมลงจิ้งหวีดก็เงียบ เหมือนอะไรๆจะรู้กันว่า ... พรุ่งนี้เราจะลาจากกันแล้วนะ...

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ลูกหาบครับ ผมยอมแพ้เด็กเหล่านี้จริง ๆ จิตใจพวกเค้าแกร่งจริง ๆ ครับ

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

เป็นภาพที่หาดูยากนะ แม่ลูก ช่วยกันทำมาหากิน

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ลูกหาบคนนี้ เค้าแบกสัมภาระของพวกผมเกือบทั้งหมดที่ไปด้วยกัน 6 คน!!!

หลังจากจัดการพักผ่อนอาบน้ำ เคลียร์เงิน ก็โบกมือลาน้องๆ ม. เกษตรศาสตร์ และ ออกเดินทางไปแวะตัวเมืองพิษณุโลก และกลับสู่กรุงเทพอย่างปลอดภัยเวา ตี 2 พอดีถือว่าเป้นทริปที่ผมอยากกลับมาอีก ผมรู้สึกว่า ภูสอยดาว มีเสน่ห์ และเป็นปรัชญาของชีวิตหลายๆอย่าง เช่น คุณค่าของความลำบากคือความสวยงาม...และอะไรอะไรหลายๆอย่าง

ข้อมูลทั่วไปของ "ภูสอยดาว"
(ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ
http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=193&lg=1)

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก อำเภอห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว ได้แก่ น้ำตกภูสอยดาว เป็นน้ำตก 5 ชั้น มีเนื้อที่กว้างประมาณ 1,000 ไร่ มีความสวยงามมาก มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีเนื้อที่ประมาณ 212,633 ไร่ หรือ 340.21 ตารางกิโลเมตร

ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว วันที่ 28 พฤษภาคม 2551

แหล่งท่องเที่ยว บนอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

  • น้ำตกภูสอยดาว
  • น้ำตกสายทิพย์
  • ลานสนสามใบภูสอยดาว
  • ลานหินลำน้ำภาค

ที่ติดต่อ

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
ต.ห้วยมุ่น อ. น้ำปาด จ. อุตรดิตถ์ 53110
โทรศัพท์ 0 5543 6001-2 อีเมล This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

การเดินทาง

รถยนต์

  • จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร
  • จากจังหวัดอุตรดิตถ์ใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1047 (อุตรดิตถ์-น้ำปาด) จนถึงอำเภอน้ำปาดแล้วเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1239 ไปอีก 47 กิโลเมตร จึงเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ไปอีก 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รวมระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร

รถประจำทาง

การเดินทางด้วยรถโดยสารวิธีที่ 1

  • ช่วงที่ 1 จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งหมอชิต สายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ไปลงที่จังหวัดพิษณุโลก
  • ช่วงที่ 2 จากจังหวัดพิษณุโลก เดินทางด้วยรถโดยสารระหว่างอำเภอ ไปอำเภอชาติตระการ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร
  • ช่วงที่ 3 จากอำเภอชาติตระการ เดินทางด้วยรถสองแถว ซึ่งมีวันละ 1 เที่ยว รถออกเดินทางไม่เกิน 09.00 น. ไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร


การเดินทางด้วยรถโดยสารวิธีที่ 2

  • ช่วงที่ 1 จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งหมอชิต สายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ไปลงที่จังหวัดพิษณุโลก
  • ช่วงที่ 2 จากจังหวัดพิษณุโลก เดินทางด้วยรถรับจ้างเหมาไป-กลับ ราคาประมาณ 2,600 บาท ไปอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร

หมายเหตุ หากนักท่องเที่ยวเดินทางไปถึงอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวแล้ว ไม่สามารถขึ้นยอดภูสอยดาวได้ทัน (อุทยานแห่งชาติเปิดให้ขึ้นลานสนภูสอยดาวตั้งแต่เวลา 8.00 - 14.00 น.) ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่อยู่ด้านล่างไว้แล้ว

แผนที่เดินทางไปภูสอยดาว

แผนที่การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

แผนที่สถานทีท่องเที่ยวบนภูสอยดาว

แผนที่แหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

สิ่งอำนวยความสะดวก

parkingที่จอดรถ
มีที่จอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

food_servicesบริการอาหาร
มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว

camping_siteลานกางเต๊นท์
อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมเต็นท์และสถาน ที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้ กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง

visitor_centerศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น.

men's_restroomสุขาชาย
มีห้องสุขาชายไว้บริการ

women's_restroomสุขาหญิง
มีห้องสุขาหญิงไว้บริการ

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว